ทำไม ใครๆก็ไปแต่ปาย

วันที่ : 27 ก.ย. 2553 09:43:12 น. | ดู : 4,879 | ตอบ : 3

 

 

 พูดถึงปาย เมืองเล็กๆ ในสายหมอก  เพื่อนๆคงได้ยินกันหนาหู  เราเองก็เป็นคนหนึ่งที่สงสัยว่าปายมีดีอะไร  และทำไมทุกคนอยากไปกันนัก  เพราะว่าเป็นกระแสหรือว่ามันน่าค้นหาจริงๆ  พวกเราเดินทางโดยรถทัวร์จากกรุงทเพฯ-เชียงใหม่  ตอนแรกจองเครื่องไว้แล้ว แต่ช่วงนั้นมีสถานการณ์ไม่สงบจึงต้องปรับการเดินทางกะทันหัน และเมื่อถึงเชียงใหม่ ก็ทำการเช่ารถเก๋ง ราคาวันละ 1,200 บาท  จำนวน 3 วัน  มัดจำอีก 3,500 บาท  เพื่อใช้ในการเดินทางสำหรับทริปแม่ฮ่องสอน 3 วัน 2 คืน

 

วันแรก : จุดที่ 1 

 

ออบหลวงเป็นเส้นทางผ่านที่จะไปดอยแม่อูคอ  เราต้องเดินทางไปพักบ้านพักแถวๆนั้น  เนื่องจากใกล้กลับทุ่งดอกบัวตอง  ซึ่งเป็นสถานที่แรกที่เราตั้งใจจะไปกัน  ขับไปเรื่อยๆ ก็เจอสวนสน สวยงามมาก  มีหลายๆคนแวะถ่ายภาพกันเรื่อยๆ เราเองก็ถือโอกาสลงไปถ่ายภาพกับสวนสนด้วยเช่นกัน

 

  

วันแรก : จุดที่ 2 

 

 ขับต่อไปอีก  แวะไปที่ถ้ำแก้วโกมล    ถ้ำแก้วโกมล อยู่ในท้องที่ตำบลแม่ลาน้อย อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งซ้าย มีเนื้อที่ประมาณ 51.26 ไร่ โดยกรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2539  ความแวววาวของหินย้อย ที่ราวกับเกล็ดเพชรของถ้ำเมืองเหนือ
ความแวววาวของผลึกแร่แคลไซต์ สีขาวใสที่เคลือบฉาบผนังภายในถ้ำแก้วโกมล หรือที่เรียกกันว่าถ้ำน้ำแข็ง ถูกค้นพบโดยบังเอิญ เมื่อวิศวกรสำรวจเหมืองแร่ของสำนักงานทรัพยากรธรณีแม่ฮ่องสอน ขุดเจาะอุโมงค์เข้าไปตามสายแร่ ลักษณะถ้ำมีผนังแวววาว ยิ่งยามต้องแสงไฟผลึกแร่ดูงดงามดั่งเกล็ดน้ำแข็ง ถ้ำเช่นนี้พบเห็นได้เพียง 3 แห่งในโลก คือ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศจีน และประเทศไทย

ภายในถ้ำแก้วโกมลมีอากาศร้อนและเป็นที่อับ อากาศไม่สามารถถ่ายเทได้ มีออกซิเจนจำกัด ทางวนอุทยาน ฯ จึงกำหนดให้เข้าชมได้รอบละ 20 ท่าน และในแต่ละรอบ ให้ชมได้ไม่เกิน 20 นาที เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทุกท่าน

การเดินทางไปถ้ำแก้วโกมล
จากแม่ฮ่องสอนใช้ทางหลวงหมายเลข 108 เข้าสู่ อ.แม่ลาน้อย จากหน้าโรงพยาบาลแม่ลาน้อยแยกเข้าไปอีก 5 กม. ถึงถ้ำแก้วโกมล

ข้อมูลจาก http://www.ezytrip.com/travelsearch/district_attract2.php?chk=2696

 

 

 

 

วันที่ 2  :  จุดที่ 1  

 

ทุ่งดอกบัวตอง  บนภูเขากว้างใหญ่  มีดอกบัวตองเหลืองอร่ามปกคลุมทุกพื้นที่   ถึงแม้ว่าเราจะไปช่วงที่ดอกบัวตองเริ่มจะโรย  แต่ก็ยังมีความสวยงามหลงเหลืออยู่  มีนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งที่กางเต๊นท์นอนบริเวณนี้ด้วย

 

 ระหว่างเดินทางไปป๋างอุ๋ง  แวะถ่ายภาพดอกไม้ข้างๆทาง ที่ชางบ้านแถวนี้ปลูกไว้  และเสียค่าเข้าชมคนละ 10 บาท  และมีของขายอยู่ริมทางด้วย  เช่น เมล็ดพันธุ์ต่างๆ  รวมถึงผักชนิดต่างๆ  จากชาวเขา

 

 

 วันที่ 2 : จุดที่  2

 

เดินทางจากดอยแม่อูคอ  ไปป๋างอุ๋ง  ด้วยระยะทางค่อนข้างไกล และถนนขลุขละ  ไปถึงก็บ่ายแล้ว  ทำให้ไม่ได้ภาพหมอกสวยๆริมน้ำเท่าไหร่  ตอนแรกคิดว่าจะมานนอนกางเต๊นท์ที่นี่  แต่ว่าที่พักแน่นหมด  แม้แต่เต๊นท์ก็ไม่มีที่ให้กาง  จึงคิดว่าครั้งต่อไปหากมีโอกาสมาแม่ฮ่องสอนต้องมานอนค้างที่ปางอุ๋งเพื่อเก็บภาพสวยๆยามเข้า

 

 วันที่ 2 : จุดที่  3

 

หลังจากออกจากป๋างอุ๋งแล้ว  ก็เดินทางเข้าที่พัก "ปายกลางนา" ระหว่างทางก็แวะถ้ำปลา  ซึ่งมีบริเวณกว้างขวาง และมีปลาอยู่ในลำธารจากถ้ำ  ที่มาที่เรืยกว่าถ้ำปลานั้นเอง

 วันที่ 2 : จุดที่  4

 

  ในเมืองปายยามค่ำคืน  มีร้านค้ามากมายระหว่างทาง  ไม่ว่าจะเป็นร้านจำหน่ายของที่ระลึก  เช่น เสื้อยืด กระเป๋า โปสการ์ด  งานแฮนด์เมคต่าง  หรือของกินก็มีให้เห็นตลอดทางเดิน  ด้วยบรรยากาศที่เย็นสบายทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเดินยามค่ำคืนจำนวนมาก  

    

“ปายกลางนา”  ที่พักคืนที่ 2  ที่พวกเราเลือกค่ะ  มีด้วยบ้านพักจำนวน 7  หลัง  ที่โดดเด่นอยู่กลางทุ่งนา   มีชาวนาทำนาประปราย  และมีกระบือ (ควาย) และวัวตัวน้อยใหญ่   เล็มหญ้ายามเช้า  ได้บรรยากาศจริงๆ  ห้องพักก็ดูเรียบง่าย    แต่ภายในเต็มไปด้วยการตกแต่งอันแสนอบอุ่น   พร้อมเครื่องใช้อำนวยความสะดวกมากมาย  จนไม่อยากออกไปเที่ยวข้างนอก  เพราะอยากใช้ชีวิตอยู่ที่รีสอร์ทแห่งนี้    แถมเจ้าของยังใจดีมีน้ำใจ  จำได้ว่าช่วงที่เราไปเขาวิ่งวุ่นเรื่องการเดินทางกลับให้ เพราะว่าช่วงนั้นมีเหตุการณ์ปิดสนามบิน  เลยต้องรบกวนคุณมาร์ค(เจ้าของรีอสร์ท)   ในยามดึก   ยิ่งทำให้รีสอร์ทแห่งนี้อบอุ่นยิ่งนัก  มีเจ้าหมา 2 ตัว  ที่วิ่งเล่นจนเหนื่อย  (เราก็เหนื่อยหมาก็เหนื่อย)   เราถามคุณมาร์ค  (เจ้าของรีสอร์ท) ว่าเป็นคนที่ไหน  เขาตอบว่าเป็นคนกรุงเทพฯ  แต่มาทำรีอสร์ทที่ปาย   เดินทางไปๆมาๆ  ระหว่างกรุงเทพฯ –ปาย    ซึ่งเราเองก็เชื่อว่ามีคนกรุงอีกหลายๆคนที่หลงเสน่ห์เมืองปาย และมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไม่น้อย  หากมีโอกาส  

 

        “สำหรับกิจกรรมในปายกลางนา การให้อาหารวัว  ส่วนหน้าทำนาก็สามารถดูกิจกรรมของชาวนา
และใครคนที่รักการสื่อสาร ก็มีบริการโปสการ์ดพร้อมส่ง     หรือถ้าเหงาๆ ก็ยืม CD ภาพยนต์ มาดูที่ห้องได้ตามใจชอบ   สำหรับคนไอทีมีอินเทอร์เน็ตใหได้อัพเดทงานกันนะคะ   รับรองค่ะว่ามาที่นี่แล้วจะไม่เหงา มีอะไรให้ทำตลอดเวลาค่ะ  โดยเฉพาะการถ่ายภาพบรรยากาศที่สวยงาม  ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย   นี่ละคะ  “ปายกลางนา”

 

 

 

 

วันที่ 3  

 

 วันสุดท้ายแล้ว  ต้องเดินทางกลับโดยไปตั้งต้นที่เชียงใหม่  และนำรถที่เช่าไปคืน  ระหว่างทางผ่านห้วยน้ำดัง  สวยงามมาก มีทะเลหมอก และวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม   ดอกกะหล่ำสีม่วงสดใส  สวยงามจริงๆ

 

 

 

 

  • ข้อความที่ [3]    Re : ทำไม ใครๆก็ไปแต่ปาย อ้างถึง

    มอมแมม มอมแมม says:

    ยังไม่เรียบร้อยค่ะพี่ปู เดี๋ยวจะใส่ข้อมูลไว้นะคะ เผื่อพี่จะเอาไปใช้ได้ค่ะ ว่าแต่หารูปยังไม่เจอค่ะ มันานแว้ววว

  • ข้อความที่ [2]    Re : ทำไม ใครๆก็ไปแต่ปาย อ้างถึง

    ปูเสฉวน ปูเสฉวน says:

    พี่ก็กำลังจะไปปายสิ้นเดือน พย.นี้เหมือนกัน ว่าแต่ ...เอ..ทำไมไม่มี content กะรูปงามๆล่ะนิ

  • ข้อความที่ [1]    Re : ทำไม ใครๆก็ไปแต่ปาย อ้างถึง

    voice voice says:

    ไปมาแล้วครับ สุดยอดมาก อากาศดี อาหารอร่อย

แสดงความคิดเห็น

*

*

Ex. http://

*

*