เที่ยวฮ่องกง (ด้วยตัวเอง)

วันที่ : 10 พ.ย. 2555 13:46:00 น. | ดู : 195,155 | ตอบ : 6

 เที่ยวฮ่องกงด้วยตัวเอง

(ไปมากุมภาพันธ์ แต่ดันมาเขียนคอนเทนเอาเดือนพฤศจิกายน)

หลังจากที่ไปฮ่องกงมาหลายรอบ มีทั้งไปเองกับรุ่นพี่  และไปกับทัวร์มาอีกรอบ  ทำให้รู้สึกได้เลยว่าฮ่องกงเป็นเมืองนึงที่น่าเที่ยว  ทั้งที่ดูเหมือนไม่มีอะไรก็เถอะ  ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนด้วย  เพราะฮ่องกงเป็นเกาะเล็กๆ แต่คนไทยก็นิยมมากันเป็นจำนวนมาก อาจจะเพราะค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมาก และใช้เวลาในการเดินทางเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น  รวมไปถึงการคมนาคมก็ค่อยข้างสะดวกสบาย  ทำให้คนไทยและชาวต่างชาตินิยมไปฮ่องกง  ยิ่งถ้าใครที่ชอบไหว้พระด้วยแล้วฮ่องกงก็มีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ไม่น้อย   มารอบนี้เลยขอบินมากับเพื่อนสาวอีกคน  ทริปนี้เรามากันสองคนค่ะ ช่วงกลางเดือนกพ. 55 ซึ่งไปเดือนสุดท้ายของความหนาวเย็นที่ฮ่องกงค่ะ  

เราลองมาใช้ชีวิตแบคแพคในต่างแดนกันค่ะ  ด้วยงบประมาณที่คิดว่าจะไม่ให้เกินคนละ 15,000 บาท  (บังเอิญไม่ได้ซื้อตัวโปรโมชั่น  เลยโดนค่าตั๋วไป 7,800 บาท   แต่ถ้าช่วงโปรโมชั่นแอร์เอเชียจะไม่เกิน 4,000 บาท)    เพื่อมาแก้บนที่วัดแชกุงหมิว หรือที่เรียกกันติดปากว่าวัดกังหันนั่นเอง  (แอบมาบนไกลๆ หาเรื่องไปเที่ยวด้วยละมั้ง อิอิ)


   
  


ภาพนี้ไปกันเองกับรุ่นพี่ (พี่ฝ้าย) เพื่อนพี่เค้า  และเพื่อนอ้วนประมาณ  7-8 ปีที่แล้ว  (นานมากๆ)


ก่อนการเดินทางมีผู้ช่วยหาข้อมูลให้เป็นอย่างดี   ไม่ว่าจะเป็นแผนที่การเดินทางในแต่ละจุด  กำหนดการ ที่พัก  สถานที่เที่ยวต่างๆ  รวมไปถึงการหาหนังสือรวบรวมข้อมูลเที่ยวฮ่องกงดีๆสักเล่ม  (ดูสิ มีโพทอิทติดเต็มไปหมดเลย ฮ่าๆ)  และแล้วก็ได้คัมภีร์เล่มนี้มา สุดยอดจริงๆได้แผนที่แนบมาในเล่มด้วย พกพาสะดวก หยิบง่าย (ไม่รู้จักับกับนักเขียนนะ แต่แอบเชียร์ ของเค้าดีจริงๆจ้า)

    


ในเล่มจะมีทั้งแผ่นที่เดินสายรถไฟฟ้า  และแผนที่ภาพรวมในฮ่องกง รวมไปถึงแนะนำที่พัก ที่เที่ยว อาหารต่างด้วยค่ะ

งบประมาณ   แบ่งออกเป็น 2 ส่วน

ค่าใช้จ่ายที่ฟิกตายตัว เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน  ค่าห้องพัก ค่าบัตรรถโดยสาร  (Otoput)  ค่าอาหารก็ควรที่จะประมาณการไว้  ราคาบะหมี่ชามนึงต่ำสุดตกอยู่ประมาณ 16 เหรียญ  หรือ 64 บาทไทย  ส่วนน้ำก็ประมาณ 15-40 บาท

ตอนที่เราไปเราไม่ได้จองตั๋วโปรโมชั่นของแอร์เอเชียไว้  ราคาเลยอยู่ที่ 7,800 บาท/คน  (ไป-กลับ)  แต่ถ้าช่วงโปรโมชั่นราคาจะอยู่ที่ประมาณ 3-5 พันบาท แล้วแต่ช่วงโปรนะคะ 

งบประมาณใช้ในการท่องเที่ยวและช้อปปิ้ง  เช่น ค่าอาหารเพิ่มเติม  ค่าตั๋วท่องเที่ยว เช่น การนั่งกระเช้านอนปิง หรือค่าช้อปปิ้งต่างๆ

 

หาข้อมูลสถานที่เที่ยว ลิสรายการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และอยากไป พร้อมเช็คเส้นทาง  แนะนำให้ไปที่ใกล้ๆ กันในวันเดียวกัน เพื่อไม่ให้เสียเวลาค่ะ 

 

เช็คอากาศ และฤดูกาล   หากไปในช่วงหน้าหนาวเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เดือนกุมภาพันธ์    ควรเตรียมเสื้อกันหนาวไปให้พร้อม  ตัวเก่งสัก 1 ตัว  เพราะการเดินทางแบบแบคแพค อาจจะไม่สะดวกในการขนของพะรุงพะรัง

อาหารการกิน   ที่ฮ่องกงรสชาดของอาหารจะจืดชืด  การกินบะหมี่ของที่ฮ่องกงจะไม่มีน้ำปลา น้ำส้มเหมือนบ้านเรา  เครือ่งเคียงของเข้าจะเป็นซอทที่อาจจะไม่ถูกปากคนไทย  โดยเรานี่ละกินไม่ค่อยได้เลย  แนะนำให้เตรียมน้ำปลา น้ำส้ม หรือซอทจากบ้านเราไปด้วย  ไม่สงสัยเลยว่าตอนไปเที่ยวฮ่องกงกับทัวร์ทำไมเขาต้องพกน้ำพริกมาแกล้มกับอาหารที่ฮ่องกงในแต่ละมื้อ   เราพลาดตรงที่ไม่ได้เตรียมตัวเรื่องอาหาร  แนะนำให้เพื่อนๆเตรียมมาม่าคัพไปด้วย  (ส่วนใหญ่ที่พักจะมีน้ำร้อนให้)  ขนมปัง  ลูกอม ของทานเล่นบ้าง  ติดๆไปไม่เสียหลายค่ะ


ที่พัก
และอุปกรณ์ต่างๆ  เช่น ที่พักห้องน้ำในตัวหรือไม่  อยู่ย่านไหน  แถวนั้นมีอะไรให้เที่ยวบ้าง  ปลั๊กไฟ  กระติกน้ำร้อน  (เพื่อจะได้ติดมาม่า หรือโจ๊ก ไปด้วย)  เราเลือกที่พักอยู่นานเมล์ไปถามก็เต็มเสียหลายที่ เลยมาได้ที่นี่ cosmicguesthouse อยู่ในย่าน Tsim Sha Tsui  (บางคนอาจจะเลือกย่าน mong kok แต่เราเคยไปมาแล้วเลยอยากเปลี่ยนบ้าง) ย่าน Tsim Sha Tsui จะอยู่ใกล้กับการแสดง  The Symphony of Lights ด้วย  เดินไปไม่ไกลมากนัก  (แต่ก็แอบหลงนะ ฮ่าๆ)  เข้าไปดูรายละเอียดที่พักได้ที่  www.cosmicguesthouse.com  ที่ฮ่องกงที่พักมักจะเล็กเพราะเป็นเกาะเล็กๆ แต่ก็อยู่ได้แบบสบายๆ ด้วยห้องน้ำในตัว  แคบขนาดว่าพลิกตัว หรือกลับตัวในห้องน้ำไม่ได้ 555  (ไม่เชื่อลองดูรูปฮ่องพักด้านล่างสิ)  ส่วนที่นอนก็ขนาดน่ารักซะ !! เอานะ  คืนละ 1,200 บาท  ตีเป็นเงินไทยแล้วจ้า  คนละ 600 บาท/คน/คืน  (ราคาไม่ได้ต่างจากเมืองไทยเลยนะเนี่ย)  การติดต่อห้องพักก็เมล์ไปตามอีกเมล์ที่เค้าให้มา  เค้าจะให้โอนมัดจำก่อน (เราตัดบัตรเครดิตไป สะดวกกว่า)  ที่เหลือก็ไปจ่ายในวันเข้าพัก


ภาษา
  คนฮ่องกงนิยมพูดภาษาภาษากวางตุ้ง เป็นหลัก  แต่ก็มีภาษาอังกฤษพอสมควร  แต่เท่าที่เราไปมาไม่ค่อยเจอคนพูดภาษาอังกฤษมากนัก  แต่ก็พอเอาตัวรอดได้   ควรเตรียมคำศัพท์ที่ใช้บ่อยๆ  ในชีวิตประจำวันติดไปด้วย  เราพกท็อคกิ้งดิกไปด้วย แต่สุดท้ายไม่ได้ใช้เลย ควักไม่ทัน สถานการณ์พาไป  ไม่ถึงที่สุดไม่ถามใครทั้งนั้น ดูป้ายๆดูโพย เวลาสั่งอาหารฮ่องกงจะมีรูปและราคาบอก เราก็ชี้ตามรู้ได้เลยค่ะ  แต่ก็มีชี้ออกมาแล้วมาแบบกินไม่ได้ก็มี หรือคนละเรื่องกับที่คิดไว้ ก็นะไม่ได้ภาษากลางตุ้งมีอะไรก็กินให้ได้   แต่ก็มีหลายๆเมนูที่หร่อยอยู่นะ  (เดี๋ยวจะมีภาพหน้าตาอาหารให้เพื่อนๆดูช่วงท้ายนะคะ)


พาสปอต
 สำหรับใครที่มีแล้วก็เช็คดูว่าหมดอายุ (ต้องมีอายุเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน) ฮ่องกงไม่ต้องทำวีซ่านะ สบายหน่อย  ปกติถ้าไปทำพาวปอตก็ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที  ไม่รวมคิวที่ต้องรอทำนะ  ค่าใช้จ่าย 1,000 บาท/คน  กว่าจะได้ก็  2-3 วัน  ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมารับเอง หรือให้ทางหน่วยงานส่งทางไปรษณีย์ให้   แต่เพื่อความชัวร์ไปรับเองน่าจะเร็วและสบายใจกว่า   ข้อมูลการทำพาสปอต  www.thaiaupairclub.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=5374781&Ntype=6

 

ผู้ร่วมเดินทาง   เช็คความต้องการของตัวเองแล้ว ถามเพื่อนๆด้วยว่าจะไปด้วยกันไหม ถ้าไปก็ต้องวางแผนร่วมกันตั้งแต่ข้อแรกๆเลยค่ะ  ร่วมด้วยช่วยกัน ไปคนเดียวก็เหงาพกเพื่อนจากไทยไปด้วยก็ดีนะ


กล้องถ่ายภาพ 
ขาดไม่ได้เลยนะคะ สำหรับกล้องถ่ายภาพ  ไม่ต้องกล้อง SLR ก็ได้ค่ะ แต่ขอให้มีความคมชัดสักหน่อย  กล้องเล็กก็พกพาสะดวก  เพราะว่าเราแบคแพคจะได้ไม่พะรุงพะรัง  ขึ้นอยู่กับความสะดวกของเพื่อนๆค่ะ  แต่ห้ามลืมเด็ดขาด  อย่าลืมเตรียมเมมโมรี่ไปเผื่อหลายๆกิ๊กด้วยนะคะ จะได้ไม่ต้องแบกโน๊ตบุ้คไปคอยถ่ายข้อมูล  ตอนเราไปเอาแต่ไอแพดติดไปเอาไว้เช็คอินให้เพื่อนๆที่อยู่ไทยรับทราบว่าไม่หลงนะ มาถึงแล้ว (หุหุ)  ที่พักมีไวไฟฟรีค่ะ  สถานีต่างๆในการเดินทางก็มีค่ะ

 

ถึงวันเดินทางกันแล้วค่ะ เริ่มต้นกันเลยดีกว่า

   

เช็คอินกับแอร์เอเชีย  เสร็จก็และเงินกันเลยค่ะ   (เตรียมพร้อมมากเลยเนอะ มาแลกที่สนามบินก่อนไป หุหุ)

 

 ก่อนผ่านเข้าด่านตม.ต้องถอดเสื้อ และรองเท้าบูทด้วย (หมดเปลือกเลย แม้แต่เข็มขัด) หลังจากผ่านด่านตรวจหมดแล้ว ก็ขึ้นเครื่องกันเลยจ้า
 

  

ภาพบรรยากาศบนเครื่องบินแอร์เอเชีย และอาหารบนเครื่อง  (ไส้กรอกพอได้ แต่ขมปังนี่นะ ฮึ่มๆ)


ผ่านไป 3 ชั่วโมง  เย้ ๆ  ถึงแล้วจร้า   Hong Kong International Airport   เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมนะ โดยเฉพาะกรอกเอกสารเพื่อยื่นตม. ว่างก็กรอกทิ้งไว้ตอนอยู่บนเครื่องเลยนะเพื่อนๆ

 


 

ออกมาต้องเจอป้าย   Welcome to Hong Kong ของ The Royal Bank of Scotland Group      เดินออกมาแล้วก็เลี้ยวซ้ายจากนั้นเดินไปยาว ๆ เลยค่ะ  ดูป้าย "Immigration" ไว้น่ะค่ะ  เดินตามป้าย  "Immigration"  ไปเรื่อยๆรับรองไม่หลงค่ะ                 เพื่อความรวดเร็วทางสนามบินได้จัดทำรถไฟฟ้าใต้ดินมาให้พวกเราได้ใช้บริการ  จะได้ไม่ต้องเดินเมื่อยค่ะรถไฟฟ้าจะมาทุก ๆ 2 นาที  เพื่อพาเราไปยังส่วนตรวจคนเข้าเมือง (Immigration) และรับกระเป๋า (Baggage Reclaim) ค่ะ  (เราไม่โหลดกระเป๋าเพราะเอาเป้มาคนละใบ ไม่อยากมีภาระเยอะ แถมกลัวหาที่โหลดไม่เจอ รอก็นานด้วย)
 



เมื่อผ่านด่านตม.ของฮ่องกงแล้ว  ก็เดินออกไป จะมี Counter ขายบัตร Octopus Card และบัตร Airport Express  (บัตร Octopus Card  มีประโยชน์มากๆค่ะ ใช้ซ์้อของในเซเว่น  ใช้แทนเงินขึ้นรถไฟฟ้าและรถเมล์ได้ด้วย)  

ราคาในการซื้อครั้งแรก

- ผู้ใหญ่ ราคา HK$150 (มัดจำบัตร 50 และเป็นเงินที่ใช้ได้ในบัตร 100)

- เด็ก และผู้สูงอายุ ราคา HK$70 (มัดจำบัตร 50 และเป็นเงินที่ใช้ได้ในบัตร 20)

โดยค่ามัดจำบัตร HK$50 จะได้รับคืนเมื่อเราเอาบัตรมาคืนตอนที่เราจะไม่ใช้บัตรแล้วน่ะค่ะ

 

จากนี้เราก็ออกมาสู่ด้านนอกแล้วค่ะ  ตรงด้านนอกนี้จะมีจอ TV ยักษ์ใหญ่  เอาไว้ให้สำหรับคนที่มารอรับสามารถเห็นผู้โดยสารที่กำลังจะเดินออกมาได้อย่างชัดเจน แล้วเลี้ยวขวามองหาป้าย Air bus
 



เดินออกไปข้างนอกจะเจอกับป้าย Bus Information   แล้วเลี้ยวขวาจะเจอป้ายรถเมล์ สาย A21




ตำแหน่งบอกป้ายรถเมล์จ้า



 
เดินหาป้าย A 21
 

 

 รถมาพอดีเลย  ขึ้นรถกันเถอะ
 

 

วิธีใช้บัตร Octopus Card  ให้แตะที่จุดสีส้ม จะมีเสียงติ๊ด  ก็จะคิดเงินอัตโนมัติ และบอกยอดเงินคงเหลือด้วยนะ  สายนี้คนละ HK$33 เหรียญ
  

 

หลังจากนั้นก็เตรียมหาเป้าหมายละ  ต้องลงที่ Mirador Mansion  แต่กลัวว่าจะเลย แล้วคงจะย้อนกลับลำบาก จึงเดินไปเสวนากับคนขับรถ  ลองใช้ภาษาอังกฤษดู  เพื่อให้เค้าคอยบอกว่าจะถึงแล้วนะ    จริงๆแล้ว บนรถจะมีป้ายไฟบอกว่าสถานีต่อไปจะเป็นสถานีอะไร เพื่อให้ผู้โดยสารเตรียมตัวลงล่วงหน้าค่ะ  พอป้ายไฟโชว์ว่า ณ ตอนนี้ถึงไหนแล้ว  เพื่อให้เตรียมตัวลงสถานีต่อไป  แต่บังเอิญรถคันนี้ป้ายเสียพอดีค่ะ

 

ถึงที่หมายแล้ว  เข้าห้องพักกันก่อนดีกว่า
 

   

มาดูห้องเต็มๆกันดีกว่า  ฮ๋าๆ 

  

แวะมาจ่ายค่าห้องที่เหลือค่ะ
 

หลังจากที่เข้าห้องพัก  เก็บของและสำรวจรอบๆ  ก็เริ่มเดินทางต่อกันเลยค่ะ  ลองมาดูกันดีกว่ามีเวลา 3 วัน 2 คืน เราไปเที่ยวที่ไหนกันมาบ้าง  (ขอลิสรวมๆนะคะ  คือไปมาหลายเดือนเพิ่งมารีวิวเลยจำไม่ค่อยได้ค่ะ  ภาพบางส่วนก็เมมโมรี่ก็หายไปด้วยค่ะ  ใครจะสอบถามเพิ่มเติมหลังไมค์ได้เลยค่ะ  หรือเข้าไปถามในเว็บบอร์ด webboard.paimalaw.com ค่ะ)

 

หาดรีพัลส์เบย์ (repulse bay) 

 หาดรีพัลส์เบย์..ชายหาดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง สำหรับชาวฮ่องกงและนักท่องเที่ยว บางส่วนของชายหาดแห่งนี้ถูกนำทรายมาถม เพื่อให้เป็นชายหาดที่ดูสวยงาม เป็นรูปจันทร์เสี้ยวสวยทีสุดแห่งหนึ่ง และยังใช้เป็นฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์ไปหลายเรื่อง มีรูปปั้นของเจ้าแม่กวนอิมและเจ้าแม่ทินโห่ว ทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองชาวประมงโดดเด่นอยู่ ท่ามกลางสวนสวยที่ทอดยาวลงสู่ชายหาด ให้ท่านนมัสการขอพรจาก เจ้าแม่กวนอิมและเทพเจ้าแห่งโชคลาภเพื่อเป็นสิริมงคล ข้ามสะพานต่ออายุซึ่งเชื่อกันว่าข้ามหนึ่งครั้งจะมีอายุเพิ่มขึ้น 3 ปี     ไปถึงพวกเราก็ทำการข้ามสะพานเพื่อจะได้ต่ออายุ   และก็ลูบเท้าสิงห์เพื่อจะให้ลูกน้องมีความซื่อสัตย์ และขอพรให้เงินไหลมาเทมาให้ร่ำให้รวย เสร็จแล้วก็ชักภาพรอชาวคณะค่


ออกเดินทางการโดยใช้บริการรถไฟใต้ดิน  ไปลงสถานนี Central  ออกทาง Exit A    แล้วขึ้นสะพานลอยไปยังฝั่งตรงข้าม  ลงบัดไดเลื่อนไปโผล่ที่ใต้ตึก ก็จะเจอท่ารถ สายตระกูล 6 อยู่ มีพวก 6, 6A, 6X, 66 และนั่งรถเมล์ 2 ชั้นสาย 6X

 

  

 

ไปลงที่ Repluse Bay  ระหว่างทางก็จะได้ชมวิวทิวทัศน์ชายทะเลของ Hong Kong กันค่ะ สวยงามมาก บรรยากาศดี

มีทั้งทะเลและหุบเขา  รถบัสผ่านบ้านของเฉินหลงด้วยนะคะ (แต่ผ่านแค่ทางเข้าค่ะ ^^)  เล็งตึก The Repluse Bay  ให้ดีๆนะคะ  หน้าตึกมีป้ายรถเมล์ ลงตรงนี้เลย ไม่งั้นเลยนะคะ

โดยปกติบนรถจะมีป้ายไฟบอกว่าสถานีต่อไปจะเป็นสถานีอะไร เพื่อให้ผู้โดยสารเตรียมตัวลงล่วงหน้าค่ะ  พอป้ายไฟโชว์ว่า Repluse Bay  ให้เตรียมตัวเพื่อลงในสถานีต่อไปนะคะ
 

   

 

 ถึงแล้วก็เข้าไปสักการะและถ่ายภาพกันได้เลยค่ะ  ที่นี่จะมีวิธีการสักการะค่ะ  เท่าที่จำได้ก็จะมี   เรื่องคนมีคู่  ถ้าอยากให้ชีวิตคู่ของเรายั่งยืนนานนั้นก็ให้มานั่งระหว่างสิงห์ 2 ตัว  (หาภาพไม่เจอค่ะ ขอค้นก่อน)  ตรงนี้เค้าจะทำเป็นที่นั่ง แล้วมาขอพร ถ้ามากัน 2 คน ก็นั่งกัน 2 คน แต่ถ้ามาคนเดียว ก็นั่งคนเดียว แล้วคิดถึงคนๆ นั้น แล้วก็ขอพรให้อยู่กันยาวนาน

 

  

สะพานต่ออายุ  มีความเชื่อว่าถ้าเราเดินข้ามสะพานนี้ไปแล้ว  จะอายุยืนขึ้น 3 ปี แต่ห้ามเดินย้อนขึ้นไปนะ  อายุอาจจะสั้นลงไปอีก 3 ปี  (เขาบอกมาอย่างนี้นะ)

 

เทพเจ้าแห่งโชคลาภ

 วิธีการคือให้เอาแบงค์อะไรก็ได้  (มูลค่าเยอะหน่อยก็ดี)  มาลูบตั้งแต่ศรีษะ ของเทพเจ้า ผ่านหน้า มาถึงลำตัว แล้วเอาเข้ากระเป๋าตังค์เลย  เชื่อว่าจะมีเงินใช้ไปตลอด เงินไม่ขาดมือ  แต่ส่วนใหญ่ถ้าใช้แบงค์ไหนลูบก็ควรจะเก็บแบงค์นั้นไว้เพื่อเป็นสิริมลคล  ยิ่งแบงค์ใหญ่ก็ห้ามใช้น๊า  งั่มๆๆ

 

ฮ่องกง อะ ซิมโฟนี่ ออฟ ไล้ท์ (hong kong symphony of lights) 

การแสดงมัลติมีเดีย สุดยอดตระการตาที่ได้รับการบันทึกในกินเนสบุ๊คว่า เป็นการแสดงแสงและเสียงถาวรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ผสมผสานการแสดง แสง สี เสียง จัดแสดงบริเวณอาคารสำคัญๆ 44 แห่ง บนเกาะฮ่องกง ครอบคลุมพื้นที่อาคารตึกระฟ้าสำคัญต่างๆ ที่ตั้งอยู่สองฟากฝั่งของอ่าววิคตอเรียโดยบนดาดฟ้าของตึกเหล่านี้ ประดับไปด้วยแสงไฟ ซึ่งเพียงกดสวิตช์ก็จะส่องแสงสว่างตระการตาเป็นสีต่าง ๆ แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศอันคึกคักของฮ่องกง

การแสดงจะเริ่มเวลา 20.00 น. ของทุกๆวัน  ใครที่ต้องการถ่ายภาพสวยๆ คงต้องไปเตรียมจับจองพื้นที่ก่อนเวลาสัก  1 ชั่วโมง เนื่องจากการถ่ายภาพในเวลากลางคืนมีข้อจำกัดมากมาย อย่างน้องๆก็ไปจองที่ให้กับขาตั้งกล้องของตัวเอง  ไม่งั้นคงต้องเบียดหลายๆแถวอาจจะได้หัวคนติดมาในภาพด้วย


  
 


สถานที่ชม Symphony of Lights :

 1.  บริเวณ Avenue of Stars

2.  หน้า Clock Tower / Hong Kong Museum of Arts  ตรงนี้จะมี 2 ชั้น 

3.   นั่งเรือล่องในอ่าวชมโชว์

 

วัดแชกงหมิว (che kung temple)  หรือวัดกังหัน

วัดแชกงหมิว หรือ วัดกังหันลม เป็นวัดหนึ่งที่ประชาชนชาวจีนในฮ่องกงให้ความเลื่อมใสศรัทธามาก สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงตำนานแห่งนักรบราชวงศ์ซ่ง ในสมัยที่ประเทศจีนยังไม่ได้รวมประเทศเป็นปึกแผ่นเฉกเช่นปัจจุบันนี้ แต่ละแคว้นต่างปกครองกันเองและมีการต่อสู้เพื่อช่วงชิงอาณาจักรน้อยใหญ่ วัดนี้ถูกกล่าวขานให้เป็นปลายทางของ การแก้ชง ตามความเชื่อที่ว่า การหมุนกังหันกลับทิศ จะช่วยหมุนชีวิตพลิกผันจากร้ายกลายเป็นดีได้ เริ่มต้นปีใหม่ เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้ายและนำแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตเรา


 การเดินทางไปที่วัด

 

 หากเริ่มจาก Tsim Sha Tsui ให้ขึ้นรถไฟฟ้า KCR สายสีฟ้าอ่อน (East Tsim Sha Tsui) ต้นสายเลย  แล้วนั่งไปลงที่สถานี Tai Wai

 หรือหากเริ่มจากสถานีอื่น ๆ ก็นั่งรถไฟฟ้าสายสีเขียวไปลงที่ Kowloon Tong เพื่อเปลี่ยนขบวนเป็นสายสีฟ้าอ่อน  นั่งไปแค่ 1 ป้ายก็จะถึงสถานี Tai Wai เหมือนกันค่ะ

 



เมื่อถึงก็หาทางออกที่ Exit B เพื่อไป Che Kung Temple 
 

 
ออกจากสถานีแล้ว  จะมีป้ายบอกทางเดินไปที่วัดอยู่ตลอดทางเลย  ไม่หลงแน่ๆค่ะ
 

 
ขึ้นทางเดินลอยฟ้าตามรูปไปเลยค่ะ  เดินไปซักพักก็จะมีป้ายบอกให้เราเดินมาทางซ้าย  เราก็เดินไปเรื่อย ๆ ตามป้ายเลย
 


เมื่อลงจากสะพานลอยแล้ว  ก็จะเป็นทางเดินใต้ดินอีกหน่อย  โผล่ขึ้นมาก็เห็นวัดเลยค่ะ
 

 

เดินตรงผ่านอุโมงค์เข้าไป เลี้ยวซ้าย   แล้วมองเห็นอยู่ไกล ๆ ขวามือก็เจอแล้วค่ะ
 

 

เจอแล้วค่ะ  กำแพงวัดสีปูนดูสะดุดตา  ไม่เดินเลยแน่นอนค่ะ

  

    

  
 
ทำพิธีเสร็จแล้ว  แวะถ่ายรูปรอบๆแล้วก็เดินทางกลับ
 

เวลาเดินกลับ  อาจจะไม่เหมือนกับทางที่มานิดหน่อยค่ะ  คือเดินลงไปใน Subway เหมือนเดิม    แต่ว่ากลาง Subway จะมีป้ายบอกทาง "Tai Wai MTR Station" ให้เดินเลี้ยวขวาค่ะ

จากนั้นเลี้ยวซ้ายตามป้ายขึ้นมาบนถนน  แล้วตรงข้ามไฟแดงเล็ก ๆ ไปอีกหน่อยก็จะถึงสถานีรถไฟฟ้าค่ะ

ตอนที่ไปกับทัวร์ เซลบอกกับเราว่า กังหันทั้ง 4 ใบ ช่วยดึงดูด นำพาสิ่งดีเข้ามาในชีวิต และปัดเป่าสิ่งไม่ดีพัดออกไป โดยมีความหมายของใบพัดทั้งสี่ดังนี้

ใบที่ 1. เดินทางไปไหนมาไหนปลอดภัย

ใบที่ 2. สุขภาพแข็งแรง อายุยืน

ใบที่ 3. โชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา

ใบที่ 4. คิดหวังสิ่งใดก็สมความปรารถนาทุกประการ

สำหรับส่วนตัวแล้ว  หลังจากไปฮ่องกง  ได้ใส่จี้กังหันกลับมาเมืองไทยก็มีแต่งานเข้ามา ทั้งงานทั้งเงิน แล้วก็ได้บนไว้ว่าหาเก็บเงินได้ก่อนนึง  (เราระบุยอดเงินไปด้วย จะกลับมาที่วัดนี้อีก)  และตอนนี้ก็ได้ตามเป้าที่บนไว้แล้ว  คงจะหาโอกาสแวะไปที่วัดแห่งนี้อีกค่ะ 

 

วัดหวังต้าเซียน (wong tai sin temple) 

วัดหวังต้าเซียน หรือ หว่องไท่ซิน ในสำเนียงกวางตุ้ง เป็นวัดที่มีอายุกว่าครึ่งศตวรรษ รายล้อมด้วยอาคารที่พักอาศัยของการเคหะ ตัววัดมีความงดงามด้วยอาคารที่ตกแต่งแบบจีนโบราณ แม้จะตั้งอยู่บน ไหล่เขาเกาลูน เป็นวัดที่ชาวฮ่องกง เชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์และความเชื่อทางศาสนาถึง 3 ศาสนาได้แก่ เต๋า พุทธ และขงจื๊อ วัดแห่งนี้ขึ้นชื่อด้านอิทธิฤทธิในการ ดูแลรักษาโรคภัยไข้เจ็บจึงได้รับการนับถือเป็นพิเศษจากบรรดาคนป่วย พบกับพลังศรัทธาของผู้คนที่นำ ธูปและส้ม มาสักการะเพื่อขอพรต่างๆ 

วันนี้เราจะไปวัด Sik Sik Yuen Wong Tai Sin Temple  การเดินทางง่ายมากเลยค่ะ   ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) สายสีเขียว  มาลงที่สถานี Wong Tai Sin Station แล้วออกมาทาง Exit B โผล่ออกมาก็เห็นวัดอยู่ตรงหน้าเลยค่ะ
 

    

คนแน่นมากๆ เลย  แตาภาพรวมสวยมาก  

 
วัดนางชี (Chi Lin Nunnery)  

ประวัติวัดนางชี หรือ Chi Lin Nunnery นี่สร้างในรูปแบบของราชวงศ์ถังค่ะ  ซึ่งการสร้างวันนี้ไม่ใช้ตะปูเลยน่ะค่ะ  สวยงามและเงียบสงบมาก  ในวัดจะมีบ่อบบัว  และต้นบอนไซดัดได้รูปทรงสวยงามมากเลยค่ะ  ข้างในวัดแต่ละห้องก็จะมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ด้านใน  ซึ่งเขามีป้ายไม่ให้ถ่ายภาพด้านในค่ะ  เลยอดเอาภาพมาให้ชม  ในนี้มีโรงเจด้วยน่ะค่ะ  เผื่อมีใครสนใจ

 

 

  

    



 


Kowloon Park  

อยู่ใกล้กับที่พักเราเลย  เดินไปเรื่อยๆมีป้ายบอกก็เลยลองแวะเข้ามา  จำได้ว่าครั้งแรกเคยมานอนเล่น  เนื่องจากเงินช้อปปิ้งหมด มากับเพื่อนอ้วน เลยมานั่งคอยพี่อีก 2 คน ที่ไปช้อปปิ้ง  พวกเราก็เลยรออยู่ที่นี่  ภาพรวมก็สถานทีนั่งเล่น  และพักผ่อน  บรรยากาศก็ดี เลยแวะถ่ายรูปเล่นสักพัก

f 

กว่าจะมีภาพคู่  รบกวนให้คนที่นี่ถ่ายให้เป็นที่ระลึกจ้า

 

  

  

    
 

พาช้อปปิ้ง ตลาด ซัมซุยโป  (Sham shui Po)

ตลาด ซัมซุยโป  (Sham shui Po) คือ ตลาดที่ค่อนข้างมีสีสันในฝั่งเกาลูนตะวันตก  นอกจากจะมีพิพิธภัณฑ์สุสานชาวฮั่น  (Lei Cheng UK Han Tomp)   อายุกว่า 2,000 ปีให้ไ้ด้ชม  ก็ยังมีตลาดขายส่งเสื้อผ้า,รองเท้า,กระเป๋า ฯลฯ ที่พ่อค้าแม่ค้าชาวฮ่องกงและชาวไทยนิยมไปซื้อข่ายกันบ่อยๆ        สำหรับการเดินทางก็ไม่ยากค่ะ นั่งรถไฟฟ้าไปลง สถานี  Sham shui Po  ค่ะ  ดูแผนผังสายรถไฟฟ้าได้ในหนังสือเล่มที่บอก แล้วลองดูว่าคุณอยู่จุดไหนค่ะ  เราก็ต่อไปตามนั้นค่ะ

   

   

   

ถุงเท้าคู่ละ 1 เหรียญ  หรือ 4 บาทเงินไทยเท่านั้นค่ะ  ถูกมากๆจัดมา 1 โหล  (มากกว่านั้นแบกไม่ไหว  มีเป้ใบเดียวต้องสะพายไปตลอดเวลาค่ะ วันนี้วันสุดท้ายแล้ว ต้องไปต่อที่สนามบินอีก  นั่งรถไฟฟ้ายิงยาวเป็นชม.เลย)

   

   

ร้านนี้บังเอิญเห็นไกลๆเลยแว่บเข้าไปดู  เสื้อผ้าสวยๆลดราคา เหลือ 50 บาทราคาเงินบาทด้วยนะคะ  ถูแสนถูก แบบเก๋ๆ แต่ไม่มีมีจะรื้อจะถือแล้วละ

   

โซนนี้็ตัวละ 20 เหรียญ  เงินบาทแค่ 80 บาทเองอ้ะ ถูกมะ  

   

ดูสิ ขนาดคนฮ่องกงแท้ๆยังมุงกันน่าูเลยอ้ะ

   
 

และยังมีสถานที่อื่นๆที่เราไม่ได้ไปในครั้งนี้ เช่น  กระเช้านอนปิง  (ช่วงที่ไปกระเช้าปิดปรับปรุงพอดีค่ะ)   , ฮ่องกง วิคทอเรียพีค (hong kong victoria peak),นั่งรถรางชมวิว   ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมจากที่เราไปกับทัวร์ได้ที่ www.paimalaw.com/content/view/34/%E0%B8%AE%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%87.html


 
อาหารแต่ละมื้อที่พวกเราหม่ำกันค่ะ

 

  

 

เครื่องเคียงของบ้านเค้า  แทนที่น้ำปลา น้ำตาล น้ำส้มบ้านเรา  เลี่ยนและมันมากค่ะ
 

  

ข้าวผัดอร่อยมาก  มาสั่งก็เมื่อสาย เพราะสั่งผิดไปกินไม่อิ่มได้หนังปลาทอด และแมงกระพรุนยำมาก่อน เลยทำให้ตัดกำลังไป  ตามด้วยน้ำ 7Up และมัสตาร์ท  (แสนจะเลี่ยน)


  

  

2 เมนูนี้พอทนค่ะ  แต่ก็เลี่ยนเหมือนกัน

  
         
ผักต้นใหญ่มาก

 

บะหมี่ชามนี้  18 เหรียญราคาถูกสุดเท่าที่กินอาหารเป็นชามจากฮ่องกงค่ะ  คิดเป็นเงินไทย  74 บาทค่ะ








 

 

  • ข้อความที่ [6]    Re : เที่ยวฮ่องกง (ด้วยตัวเอง) อ้างถึง

    พรนภัส  ดวงรัศมี พรนภัส ดวงรัศมี says:

    รบกวนสอบถามนะคะ หัวหมูที่นำไปแก้บน ที่ฮ่องกงเราจะซื้อได้จากที่ไหนคะ ขอบคุณล่วงหน้าเลยค่ะ^^

  • ข้อความที่ [5]    Re : เที่ยวฮ่องกง (ด้วยตัวเอง) อ้างถึง

    on on says:

    ขอเบอร์โทร ปรึกษา ให้สิค่ะ จะไปเที่ยวเหมือนกัน

  • ข้อความที่ [4]    Re : เที่ยวฮ่องกง (ด้วยตัวเอง) อ้างถึง

    มอมแมม มอมแมม says:

    อ่านคอนเทนแล้ว คราวหน้าแกบินเดี่ยวคนเดียวได้ไหมอ้ะ

  • ข้อความที่ [3]    Re : เที่ยวฮ่องกง (ด้วยตัวเอง) อ้างถึง

    noooil noooil says:

    ข้อมูลเพื่อนสาวแน่นมาก ๆๆๆ อยากไปอีกจังเลย

  • ข้อความที่ [2]    Re : เที่ยวฮ่องกง (ด้วยตัวเอง) อ้างถึง

    oil oil says:

    ข้อมูลเพื่อนสาวแน่นมาก ๆๆๆ อยากไปอีกจังเลย

  • ข้อความที่ [1]    Re : เที่ยวฮ่องกง (ด้วยตัวเอง) อ้างถึง

    oil oil says:

    ข้อมูลเพื่อนสาวแน่นมาก ๆๆๆ อยากไปอีกจังเลย

แสดงความคิดเห็น

*

*

Ex. http://

*

*