เที่ยวเกาหลี ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี กันซักทีดีมั้ย (วันแรก)

เที่ยวเกาหลี ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี กันซักทีดีมั้ย (วันแรก)

วันที่ : 04 ธ.ค. 2555 21:01:42 น. | ดู : 53,564 | ตอบ : 3

 

 

 

ใครๆก็ไปเกาหลี  ไม่ว่าจะถามใครๆ ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศอยากไปประเทศไหน เชื่อได้เลยว่าประเทศอันดับต้นๆที่ใครๆอยากไป ต้องมีชื่อประเทศ เกาหลี เป็นแน่ ก็เลยลองถามแม่ดู ว่าอยากไปไหน แม่ก็บอกอยากไปเกาหลี (ช่วงนี้แม่ป่วยบ่อย และอายุมากขึ้น จึงหาโอกาสพาไปเปิดหูเปิดตาก่อนจะไปไหนมาไหนลำบาก)  งั้นก็ต้องไปให้ได้รู้ซะแล้ว  ช้าอยู่ใยหาข้อมูลทัวร์เลยดีกว่า


นาที นี้เน้นราคาไม่แพง  แล้วก็ไปช่วงที่ไม่ติดงาน แต่ต้องเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี  เพราะดูแล้วหน้าหนาว ช่วงหิมะจะหนาวแข็งจนทนไม่ไหว ค่าใช้จ่ายก็สูง แม่ก็คงสู้อากาศหนาวเย็นไม่ไหว  เลยเลือกช่วงสุดท้ายของใบไม้เปลี่ยนสี  และก็ไม่ผิดหวังคะ


การเตรียมการก่อนไป


นอกจาก ตัวเอง เพื่อนๆ เรายังมีแม่อีกคนที่ต้องดูแล  เตรียมทั้งเสื้อกันหนาว  แบบแขนกว้างพอที่จะลอดเฝือกได้ด้วย (ช่วงนั้นแม่แขนเจ็บ)
- เสื้อกันหนาว หรือเสื้อโค้ช  เสื้อแขนยาวข้างใน ลองจอร์น  ถุงมือ  ถุงเท้า  หมวก  ผ้าพันคอ
- ยาต่างๆ
- มาม่าคัพ กาแฟสำเร็จรูป  ขนมจุกจิก
- พาสปอต  อายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
- เงินไทยแลกเป็นเงินวอน
- ลิสรายการที่จะซื้อของ  เช่นพวกเครือ่งสำอาง ครีมต่างๆ เพราะราคาถูกมาก
- กล้องถ่ายภาพและเมมโมรี่  (ขาดไม่ได้เลยจริงๆ)

 

ดูสิขนาดไปช่วงใบไม้เปลี่ยนสี  อุปกรณ์กันหนาวยังเยอะขนาดนี้ เล่นเอากระเป๋าแน่นเลยทีเดียว  ต้องเผื่อที่ว่างสำหรับขนของฝากกลับมาด้วยนะนี่ 

 

  

 

 

20.00 น.  ทัวร์นัดรวมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ  เพื่อเช็คอินและโหลดกระเป๋า


เรา เตรียมเสื้อผ้ากันหนาวใส่กระเป๋าอีกใบไว้สำหรับลากขึ้นเครื่อง  เนื่องจากเมื่อไปถึงเกาหลีก็คงจะหนาว และถ้าช่วงกลางคืนหนาวจะได้หยิบใส่ได้ง่าย  แล้วก็ตามคาดค่ะ อากาศหนาวเย็นพอสมควร  ยิ่งไปถึงสนามบินอินชอนแล้วละก็ หนาวมากค่ะ


การ เดินทาง 5 ชั่วโมง ขาไปบินตามลม ขากลับบินทวนลมอาจจะใช้เวลาเพิ่มอีกประมาณ 30 นาที บอกเลยว่าปวดขามากๆ เพราะไปสายการบินโลคอส ทำให้ที่นั่งค่อนข้างแคบ  แต่เต็มทุกที่ การบริการก็เหมือนสายการบินทั่วไป เครื่องขึ้นได้ซักพัก พนักงานก็เดินเสิร์ฟอาหารบนเครื่อง  ดูสิว่ามีอะไรกินบ้างนะ

 

 

บรรยากาศบนเครื่อง  พร้อมข้าวปั้นมื้อค่ำ


เครื่องบิน บินนิ่มมากไม่เจอหลุมอากาศเลย แต่ก็หลับๆตื่นๆ เพราะความเมื่อยและตื่นเต้น เพราะไม่เคยเดินทางด้วยเครื่องบินนานขนาดนี้ ไกลสุดตอนนี้ก็แค่ไปฮ่องกงเอง  ผ่านไป 5 ชั่วโมง  ถึงแล้วค่ะ สนามบินอินชอน  ที่เกาหลีเวลาจะเร็วกว่าบ้านเรา 2 ชั่วโมง อย่าลืมปรับเวลาใหม่กันด้วยนะ เพราะไปกับทัวร์เขาจะนัดเวลาเป็นเวลาท้องถิ่น ถ้าไม่ปรับมีเฮแน่นอน เครื่องบินจอดที่ Terminal 2 เราต้องนั่งรถไฟใต้ดินเพื่อไปด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ Terminal 1 รถไฟจะมาทุกๆ 5 นาที นั่งรถไฟแค่อึดใจก็ถึง Terminal 1 แล้ว

 

 

จากนั้นก็มารวมกลุ่มเพื่อทำความเข้าใจขั้นตอนต่างๆ ว่าต้องทำไรบ้างหลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้ว กิตติศัพท์ของ ตม.เกาหลี ก็คงรู้มาบ้างว่าค่อนข้างจะโหดพอสมควร พวกเราก็หวั่นๆอยู่เหมือนกัน แต่ไหนๆก็มาถึงเกาหลีกันแล้ว เป็นไงเป็นกัน (สู้โว๊ย!!) ก็แยกกลุ่มต่อแถวเพื่อรอเข้าด่านตรวจคนเข้าเมือง  ลุ้นกันใหญ่  แน่ละ ที่เกาหลีเขาค่อนข้างเข้มงวดเรื่องการเข้าเมือง โดยเฉพาะสาวๆที่แฝงกับการมาทำงานขายบริการที่นี่  และแล้วคนไทยในกรุ๊ปของเราก็โดนเรียกไป 3 คน ติดๆกัน   หนึ่งในนั้นมีเพื่อนสาวของเราด้วย  (โดนทุกงานเลย  คราวก่อนไปฮ่องกงก็โดน ฮ่าๆ ท่าทางนางจะเหมือนจริงๆมั้งเนี่ย) แต่สุดท้ายเกือบ 20 นาที ก็โดนปล่อยตัวออกมา  ช่วงที่เพื่อนคนอื่นๆรอดจากการตรวจคนเข้าเมืองก็จัดการไปรอรับกระเป๋าที่โหลดมา   แล้วก็ทำการล้างหน้าแปรงฟัน  เตรียมเสื้อผ้าให้พร้อม ซึ่งบริเวณที่รอรับกระเป๋า จะมีห้องน้ำให้ใช้บริการอยู่พอสมควร เราควรรีบจัดการให้เรีียบร้อยก่อนจะออกไปด้านนอก



 

 ภาพบรรยากาศ บริเวณสนามบินอินชอน  รถบิสมารอรับไปทานมื้อเช้า


ก่อนจะออกมาสู่โลกภายนอก อย่าลืมหมุนนาฬิกาให้เร็วขึ้น 2 ชั่วโมง เพื่อให้ตรวงกับเวลาท้องถิ่นของเกาหลี  จะได้ไม่สับสนเมื่อทัวร์นัดหมาย   โอ้ว...หนาวเย็นมากๆ ตอนอยู่ในสนามบินยังไม่หนาวเท่าไหร่ พอเดินออกมาด้านนอกสนามบินเท่านั้นแหละ ลมทั้งแรงทั้งเย็นจับใจ เห็นแดดออกไม่ใช่ไม่หนาวนะ กลางวันอุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 6-7 องศา โชคดีนะที่เตรียมเสื้อโค้ชกันมาด้วย  ไม่งั้นรอดยาก  รถบัสของคณะทัวร์เราก็มาจอดรอพวกเราแล้ว รีบเก็บกระเป๋าแล้วรีบขึ้นรถเพื่อจับจองที่นั่ง ไปกับคณะทัวร์ต้องเร็วต้องไว ถ้าช้าจะได้ที่นั่งหลังๆขึ้นลงก็จะช้ากว่าคนอื่น ขนาดพวกเราว่าไวแล้วแต่ก็ไม่ทันคนอื่น ได้ที่นั่งเกือบสุดท้ายเลย จำไว้เลยว่าถ้านั่งตรงไหนก็จะนั่งตรงนั้นไปตลอดทริปกันเลย เมื่อลูกทัวร์ขึ้นรถกันครบทุกคนแล้วก็พร้อมเดินทาง จุดหมายแรกของพวกเราคือไปทานมื้อเช้า  มื้อแรกของทริปนี้คะ นั่งรถประมาณ 15 นาที ก็ถึงร้านที่พวกเราจะไปทานกัน ทายกันซิว่ามื้อแรกของพวกเราคืออะไร

 

  

 อูด้ง  อาหารมื้อแรก  รสชาติกลมกล่อม เส้นเหนียวนุ่ม


อากาศเย็นๆ ได้อูด้งร้อนๆ โล่งขึ้นเยอะเลย เสียดายมื้อนี้เติมไม่ได้ หมดแล้วหมดเลย อิ่มกันแล้วก็ไปเตรียมตัวเข้าห้องน้ำห้องท่าให้เรียบร้อย เพราะจุดหมายต่อไปของเราต้องนั่งรถไปอีกประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อท้องอิ่ม หนังตาก็เริ่มหย่อน ประกอบความเพลียจากการนั่งเครื่องเมื่อคืน พวกเราบางคนก็หลับพักผ่อน ส่วนช่างภาพของเราก็นั่งชมทิวทัศน์สองข้างทางอย่างตื่นตาตื่นใจ  ส่วนเราก็หลับตามระเบียบ และแล้วรถทัวร์ก็พาพวกเรามาถึงที่หมายซะที ตอนพวกเรามาถึงก็มีรสบัสจอดกันเต็มลานจอดรถไปหมด มีทั้งนักท่องเที่ยว คนท้องถิ่น หรือแม้กระทั่งเด็กน้อยชาวเกาหลีมาท่องเที่ยวทัศนศึกษากัน ขนาดพวกเราเลือกเดินทางมาวันธรรมดานะเนี้ย คนยังเยอะขนาดนี้ ถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ คนจะมากมายมหาศาลขนาดไหน เมื่อพร้อมกันแล้วไกด์ของเราก็แจกแผนที่ฉบับภาษาไทยให้กับทุกคน คนไทยมาเยอะถึงขั้นทำแผนที่เป็นภาษาไทยกันเลยทีเดียว สมาชิกครบไกด์ก็นำแถวพาพวกเราขึ้นเรือมุ่งสู่เกาะนามิ เรือโดยสารจะเป็นเรือ 2 ชั้น ชั้นล่างจะเป็นห้องกระจก จุคนได้พอสมควร สวนชั้นบนจะมีห้องกระจกขนาดเล็กและดาดฟ้า ให้เราได้ขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ระหว่างทางได้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที 

 

  

 

 

ถึงแล้วเกาะนามิในตำนาน  ที่นี่เป็นที่ๆเราอยากมามาก (หมายถึงสถานที่ทั้งหมดของเกาหลีนะ)  เพราะชอบต้นไม้เป็นทิวยาว แล้วก็มีพื้นที่กว้างพอสมควรให้เดินเล่น  บรรยากาศรอบๆเต็มไปด้วยต้นแปะก๊วย ต้นเมเปิ้ล สีเหลือง สีแดง สวยงาม

 

 
เกาะนามิ มีพื้นที่ 480,000 ตารางเมตร จำนวนความยาวประมาณ 5 กิโลเมตร เมื่อมองในระดับสายตาจะเห็นรูปใบไม้แห้งลอยอยู่เหนือทะเลสาบซองพยอง เกาะนามิ ลอยเด่นอยู่เหนือทะเลสาบที่ใสสะอาด ล้อมรอบด้วยทิวทัศน์ที่งดงาม 

  

 แผนที่จากเว็บ www.naminara.com

แผนที่จากเว็บ www.naminara.com

 

เกาะนามิ ได้ถูกเรียกชื่อตาม สุสานของนายพลนามิ ผู้กล้าหาญจะได้รับตำแหน่งสูง ต่อมาเขาได้ถูกใส่ร้ายจนในที่สุดก็ถูกประหารชัวิตด้วยวัย 26 ปี และได้นำศพของเขามาฝังไว้ที่นี่ นับจากปี 1965 หลังเกิดน้ำท่วมเป็นต้นมา อาจารย์ มินเบียงโด ได้ทำการพลิกฟื้นแผ่นดินเกาะแห่งนี้ ด้วยการปลูกต้นไม้นานาพันธุ์ขึ้นมา หลังเกิดน้ำท่วม ทำให้พ้นที่ลุ่มหายไป เหลือเพียงแค่ส่วนที่เป็นเกาะไว้เท่านั้น เกาะนามิ เป็นเกาะที่โรแมนติกและงดงามอันดับต้นๆของประเทศเกาหลี และยังเป็นเกาะในฝันของคนทั้งโลกอีกด้วย

(ข้อมูลจากโบรชัวร์เกาะนามิ(ภาษาไทย)ที่ได้มา)

 

   

 

 

เราเดินไปกับแม่ แต่ดูจากระยะทางแล้วน่าจะไกล จึงให้แม่นั่งพักดูวิวรอบๆ  เราก็เดินดูภาพรวม  ไหนๆก็มาถึงละ ถ่ายรูปกับแม่ก่อนดีกว่า  เดี๋ยวไม่มีรูปภาพ มาทั้งทีเนอะ  ชักภาพโดยด่วน

 

 

 

หลังจากแยกตัวจากกลุ่มทัวร์พวกเราก็รีบมุ่งหน้าไปยังไฮไลท์ของเกาะนามิ ตามที่ไกด์ได้แนะนำมาว่าให้เดินไปที่สี่แยก(ยูลวัง)ต้นเฟอร์และต้นแปะก๊วยก่อน แล้วค่อยเดินไล่ออกมา ไม่รอช้ารีบมุ่งหน้าไปโดยพลัน ระหว่างทางที่เดินไปจะมีต้นไม้ใหญ่ปลูกเป็นทิวแถวสวยงามตลอดสองข้างทาง รวมทั้งต้นแปะก๊วยที่ใบกำลังเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอร่ามสวยงามมากๆ ปลูกเต็มไปหมดมองไปทางไหนก็จะเห็นแต่สีเหลืองสวยงาม แดดอ่อนๆ อากาศเย็นๆ เดินสบายๆไม่เหนื่อย แวะถ่ายรูปตามจุดต่างๆไม่น่าพวกเราก็มาถึงสี่แยกยูลวัง ซึ่งถ้าตรงไปก็จะเป็นแนวต้นแปะก๊วย เสียดายตอนที่พวกเราไปนั้นใบมันร่วงเกือบหมดแล้ว ไกด์บอกว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนยังมีใบสีเหลืองเต็มต้นอยู่เลย แต่ถึงยังไงก็ยังสวยอยู่ดี เพราะใบของมันทำให้พื้นบริเวณนั้นเป็นสีเหลืองเต็มไปหมด 


 


จากสี่แยกยูลวังถ้าเราเลี้ยวขวาไปก็จะเจอกับแนวต้นเฟอร์ ที่ใบกำลังเปลี่ยนเป็นสีเหลืองบ้างเขียวบ้างกำลังสวยเลย ซึ่งตรงนี้นี่เองถ้าใครเป็นคอซีรี่ส์เกาหลีแล้ว ต้องเคยดูเรื่อง Winter Love Song : เพลงรักในสายลมหนาว เป็นแน่ เพราะที่นี่เป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่องนี้หลายฉากหลายตอน ซึ่งทำให้เราได้รู้จักเกาะนามิจากเรื่องนี้นี่เอง ความฮอตของเรื่องทำให้ใครต่อใครก็อยากไปสัมผัสความโรแมนติกเหมือนในละคร ถึงขนาดสร้างรูปปั้นพระเอก นางเอก (เบยองจุน และ แชงจีอู) ให้สำกรับคนที่มาที่นี่ได้ถ่ายรูปเป้นที่ระลึกด้วย พวกเราก็ไม่พลาดแน่นอนจะเก็บภาพมาฝากเพื่อนๆ ถ้าเพื่อนๆได้มาที่นี่อย่าลืมมาถ่ายรูปตรงนี้กันนะ ไม่งั้นอาจจะมาไม่ถึงเกาะนามิ ก็เป็นได้ แล้วจะหาว่าพวกเราไม่เตือนนะ

  

 

 

เดินถ่ายรูปแถวนี้ได้ซักพักก็ต้องรีบกลับกันแล้ว เนื่องจากทัวร์ให้เวลแค่า 1 ชั่วโมงเท่านั้น (เป็นข้อเสียของการมากับทัวร์ เพราะแต่ละที่มีเวลาค่อนข้างจำกัด) แค่เดินไปก็จะหมดเวลาแล้ว ต้องเผื่อเวลาเดินกลับอีก ถ้ามาเองคงจะอยู่ที่นี่สักครึ่งวันค่อนวัน  เอาไว้โอกาสหน้าก็แล้วกัน ^^

 

 

ขากลับแวะซื้อซาลาเปาระหว่างทางกลับมาให้แม่ด้วย รีบวิ่งมาจากร้อนๆกลายเป็นอุ่นๆเนื่องจากระยะทางไกลพอสมควร  วิ่งจนแสบจมูกเลยอะ ยิ่งสายคนยิ่งเยอะ มากันไม่ขาดสายเลย จากที่เราสังเกตุดูจะเป็นกรุ๊ปทัวร์เป็นส่วนใหญ่ คนไทยทั้งนั้นเลย นึกว่าอยู่เมืองไทยซะอีก 555 เดินมาจนถึงจุดหมายนัดหมายเพื่อรอขึ้นเรือข้ามฝั่ง ไปทานมื้อเที่ยงกัน ดูรูปเอาแล้วกันนะว่าคนมาเที่ยวเยอะขนาดไหน ตอนพวกเรามาไม่เยอะขนาดนี้นะ

 

 

พอถึงฝั่งรีบวิ่งกันแทบไม่ทันเพราะพวกเรามาเป็นกลุ่มสุดท้าย กลุ่มอื่นๆเขารอบนรถกันหมดแล้ว คงจะหิวกันเนอะ ถึงได้รีบมากัน คงมีแต่พวกเรามั้งที่ยังไม่อยากกลับ ยังอยากซึมซับบรรยากาศต่ออีก แต่ทำไงได้ละ มากับทัวร์ก็ต้องทำใจ เขาไปไหนเราก็ต้องไปด้วย มื้อเที่ยงวันนี้ คือ "ทัคคาลบี" หรือไก่บาร์บีคิวผัดซอสเกาหลี อาหารเลื่องชื่อแห่งเมืองซุนซอน นำไก่บาร์บีคิว ข้าวเหนียว มันหวาน ผักต่างๆ ลงผัดรวมกับซอสแบบเกาหลี นำผักกาดเขียวมาห่อรับประทาน และสามาราดัดแปลงเป็นทัคคาลบีโปคึมหรือข้าวผัดทัคคาลบี โดยนำข้าวสวยและสาหร่ายแห้งมาผัดรวมกับทัคคาลบี

 

 

ไกด์บอกว่า ร้านนี้มีชื่อเสียงมาก ดาราไทยยังมากินร้านนี้เลย ก็จริงอย่างที่เขาว่าเพราะอร่อยมาก ยิ่งกินกับผักสดๆที่เติมได้ไม่อั้นแล้ว เป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ แค่นึกก็น้ำลายไหลแล้ว อยากกินขึ้นมาทันที อิ่มหนำสำราญกันเต็มที่สำหรับมื้อนี้ กินเสร็จก็เตรียมตัวเดินทางต่อ เข้าห้องน้ำห้องท่ากันให้เรียบร้อย แล้วก็ขึ้นรถเตรียมออกเดินทางต่อได้เลย

ที่หมายต่อไปของพวกเรา คือ สวนเทพนิยายเกาหลี Jade Garden เป็นสวนพฤษชาติสมุนไพรในร่มที่ใหญ่มาก ที่รวมพันธุ์ไม้และดอกไม้นานาชนิด บวกกับจำลองบรรยากาศคล้ายกับประเทศอิตาลี อีกทั้งยังเป็นสถานที่ใช้ถ่ายซีรี่ส์เกาหลีเรื่อง Love Rain (จางกึนซอก - ยุนอา) แต่ตอนที่เราไปนั้นสถานที่เหมือนขาดการดูแล เพราะต้นไม้ดูเหี่ยวเฉา ไม่สวย พวกเราเลยเดินถ่ายรูปกันแค่นิดๆหน่อยๆ เท่านั้น


 

 

 

ภายในสวน มีร้านกาแฟน่ารักๆ และร้านอาหาร บริการให้นักท่องเที่ยวได้นั่งทานแก้หนาวด้วยค่ะ  ราคาก็ประมาณ 200 บาท เพื่อนอ้วนจัดมาหนึ่งแก้ว บอกว่าอร่อยมาก แต่ไม่ได้ชิมนะ เพราะไม่ชอบกินกาแฟ

 

 

 

ไปต่อกันดีกว่า เป็นสถานที่สุดท้ายของโปรแกรมวันนี้แล้วละ ก่อนที่จะไปกินมื้อเย็นและกลับเข้าที่พัก จุดหมายสุดท้ายของเรา คือ อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน  หรือสวิทเซอร์แลนด์ของเกาหลีจัดได้ว่าเป็นแนวเขาที่สวยงามมากที่สุดแห่ง หนึ่งในเกาหลี   ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขาแทแบคซี่งทอดยาวไปถึงเขาคึมคังของประเทศเกาหลีเหนือ มีเทือกเขาป่าไม้ หุบเขา สายน้ำ ทะเลสาบ หินรูปต่างๆที่สวยงามซึ่งเกิดจากธรรมชาติที่หาดูได้ยากยิ่ง จากสวนเทพนิยายเกาหลี ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง รถโค้ชพาพวกเราลัดเลาะผ่านหน้าผา หุบเขาและลำธาร ชมธรรมชาติสองข้างทางอันสวยงาม  ดูวิวเพลินๆไม่นานก็ถึง  แต่ก็เย็นมากแล้ว แดดเริ่มไม่มีแล้ว อากาศข้างนอกก็ยิ่งเย็นกว่าเดิม 

 

ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 2,500 วัยรุ่น 1,000 และเด็ก (8-13 ปี) 600 วอน

 

 

 

 

 

บริเวณของ อุทยานฯ กว้างขวางมากๆ มีต้นไม้มากมาย กำลังเริ่มเปลี่ยนสี หลากหลาย สีสันสวยงาม เดินเข้าไปเรื่อยๆ ด้านซ้ายมือจะมีทางขึ้นกระเช้าไฟฟ้า เพื่อขึ้นไปชมวิวบนยอดเขา ซึ่งเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลย  แต่โปรแกรมของเราไม่มีโปรแกรมขึ้นกระเช้า ถ้าจะขึ้นเองก็คงไม่ทันเพราะเวลาน้อย เดินต่อเข้าไปอีกหน่อยด้านขวามือ จะมีร้านอาหาร ร้านขายของ ร้านขายของที่ระลึก

 

ราคาตั๋วขึ้นกระเช้า ไป-กลับ ผู้ใหญ่ 9,000 เด็ก 6,000 วอน

 

 

 

เดินต่อไปอีกนิดเราก็เข้าสู่บริเวณ วัดชินฮึงซา ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่สร้างในสมัยอาณาจักรชิลล่า นมัสการพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ ปางสมาธิขนาดใหญ่กลางหุบเขา แวะไหว้พระกันก่อนเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นก็เดินต่อเข้าไปด้านในจะมีร้านกาแฟน่ารักๆอยู่ร้านหนึ่ง เลยเข้าไปสั่งโกโก้ร้อนแก้หนาวซักหน่อย ภายในร้านตกแต่งน่ารักมาก นั่งจิบโกโก้ไป ผิงไฟไป บรรยากาศมันช่าง ฟิน มากมาย แต่แล้วเวลาก็มาทำลายบรรยากาศซะนี่ เพราะหมดเวลาอีกแล้ว ต้องรีบเดินกลับไปขึ้นรถ ไกลพอสมควร


 

 

 

 

ก่อนจะกลับขึ้นรถ ขอแวะถ่ายรูปหมี สัญลักษณ์ของที่นี่ก่อน เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง ตอนเข้ามาคนเยอะ เลยไว้รอขากลับ แสงเกือบจะหมดซะแล้ว

 

 

ตบท้ายมื้อเย็นวันนี้ด้วย "ชาบูเห็ด" สุกี้หม้อไฟสไตล์เกาหลี อาหารพื้นเมืองของคาบสมุทรเกาหลีตั้งแต่สมัยมองโกเลียบุกคาบสมุทรเกาหลี ลักษณะคล้ายสุกี้หม้อไฟของญี่ปุ่น โดยนำเห็ดตามฤดูหลากหลายชนิด เบคอนหมูที่จัดเตรียมไว้ มาจัดเรียงให้สวยงามในหม้อ ทานพร้อมข้าวสวย และเครื่องเคียงนานาชนิด แต่ที่ขาดไม่ได้เลยคือ น้ำจิ้มสุกี้ ที่ไกด์ของเรานำไปด้วย เพราะรสชาติอาหารค่อนข้างจืด ดีอย่างที่สามารถเติมเครื่องได้ไม่อั้น เลยกินกันอย่างอิ่มหนำสำราญ 

 

 

 

อิ่มแล้วก็ถึงเวลาพักร่างซะที ตะลอนๆ เดินแข่งกับเวลามาทั้งวันแล้ว เข้าที่พักกันดีกว่า คินนี้เราพักกันที่ Seorak I Park ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากอุทยานแห่งชาติซอรัคซาน ที่นี่ห้องพักกว้างขวางมาก มีครัวอยู่ภายในห้องด้วย เหมือนเป็นอพาร์ทเม้นต์ซะมากกว่า เพลียเต็มที ขอตัวอาบน้ำ นอนก่อนนะ ผมกันใหม่ในบทความเที่ยวเกาหลี วันที่สอง

 

 

  

แถมท้ายด้วยคลิปวีดิโอ ที่พวกเราถ่ายไว้ตามสถานที่ต่างๆที่เราไปเที่ยวกัน

 

บันทึกการเดินทาง

 

เกาะนามิ

 

พาเที่ยว ซอรัคซาน : Seoraksan National Park from Paimalaw.com on Vimeo.

 

อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน


 

 

 

 

 

  • ข้อความที่ [3]    Re : เที่ยวเกาหลี ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี กันซักทีดีมั้ย (วันแรก) อ้างถึง

    เหลือเชื่อออ!!!! มีผู้ติดอันดับมาใหม่ อีก 7 ท่าน !!! คุณอาจจะเป็นผู้ที่ติดอันดับ 1ใน10 ของเรา เชิญท้าลองความกล้าบ้าบินได้ที่ อาร์ท อิน พาราไดรซ์ พัทยา และ กรุงเทพฯ เหลืออีก 3วัน เท่านั้นนะคร้าบบบ !!! อัพเดทผู้ที่ติดอันดับ 10 สัปดาห์ที่ 4 1 . ทวีศักดิ์ ภัทรทิวานนท์ 098-256-XXXX 121.4 dB สาขาพัทยา https://www.youtube.com/watch?v=YiOvV4ABF64 2 . ทรงชาติ สวยสมุทร 085-321-XXXX 121.1 dB สาขาพัทยา https://www.youtube.com/watch?v=nTRQDWBO7k0 3 . ภูริวัจน์ วัฒนาธนเศรษฐ์ 090-003-XXXX 120.8 dB สาขาพัทยา https://youtu.be/nDU8MpKooMU 4 . พงษ์ศักดิ์ พัชรไกรโรจน์ 081-752-XXXX 120.7 dB สาขาพัทยา http://youtu.be/707quAcy3k4 5 . ธนกฤก ฉันทนารุ่งภักดิ์ 089-665-XXXX 120.5 dB สาขาพัทยา http://youtu.be/LcAkdFV6JxM 6 . ชลธิชา มุกดาม่วง 092-821-XXXX 120.4 dB สาขาพัทยา https://www.youtube.com/watch?v=MeiHmx-foLY 7 . ครรชิต ศิริรัตน์ 082-302-XXXX 120.3 dB สาขาพัทยา https://www.youtube.com/watch?v=og0vqrj24eA 8 . กวีรัตน์ ปีนะภา 080-139-XXXX 120.2 dB สาขาพัทยา https://youtu.be/EL-6rP8prfY 8 . กรรณพลวรรช ชัยร์ติเศรษฐกุล 086-458-XXXX 120.2 dB สาขาพัทยา http://youtu.be/uDvzfpG5gEA 9 . ศรวณีย์ ยงศรีปัญญะฤทธิ์ 084-779-XXXX 120 dB สาขาพัทยา http://youtu.be/o1qd6xzphQc 9 . หทัยทิพย์ สุวรรณปภา 092-097-XXXX 120 dB สาขาพัทยา https://www.youtube.com/watch?v=_aTLkFWBmvM 10 . ศุภสิน แสงทอง 087-143-XXXX 119.6 dB สาขาพัทยา 10 . วรุตน์ วรพันธ์พิทักษ์ 081-931-XXXX 119.6 dB สาขาพัทยา https://www.youtube.com/watch?v=WJKq9pp7Ngo ยังเหลือ 3วันเท่านั้น ก๋า ก๋า รอคุณอยู่..! สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่หน้าเพจFacebook มาร่วมสนุกกันเยอะๆนะ ก๋า ก๋า รออยู่ พัทยา Tel:038 424 500 ,085-999-4467,085-999-3374 กรุงเทพ Tel:0 2660-9130 ,095-778-9989

  • ข้อความที่ [2]    Re : เที่ยวเกาหลี ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี กันซักทีดีมั้ย (วันแรก) อ้างถึง

    Sombie Sombie says:

    บรรยากาศสวยจังค่ะ ใบไม้สีสดมาก ตอนดูวิดีโอชอบเวลาเห็นแม่ลูกจูงมือกันจัง อบอุ่นดี

  • ข้อความที่ [1]    Re : เที่ยวเกาหลี ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี กันซักทีดีมั้ย (วันแรก) อ้างถึง

    Sombie Sombie says:

    บรรยากาศสวยจังค่ะ ใบไม้สีสดมาก ตอนดูวิดีโอชอบเวลาเห็นแม่ลูกจูงมือกันจัง อบอุ่นดี

แสดงความคิดเห็น

*

*

Ex. http://

*

*