เกาหลี 9 วัน -10 องศา หนาวเวอร์ๆ

วันที่ : 12 ม.ค. 2558 08:23:02 น. | ดู : 1,898 | ตอบ : 0

  เกาหลี 9 วัน  -10 องศา หนาวเวอร์ๆ 

 

ทริปนี้เริ่มต้นจากการที่พวกเราอยากเห็นหิมะ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นหิมะเลย   แล้วประเทศไหนละที่มีหิมะ  ยุโรป ญี่ปุ่น   จีน หรือจะเกาหลี  (ยุโรปก็แพง ขั้นตอนก็มาก  จีนก็นะช่วงนี้เยอะ !!! ญี่ปุ่นก็ยังไม่พร้อม)  เลือกเกาหลีแล้วกันเนอะ  เคยไปกับทัวร์ครั้งนึงแล้ว รู้สึกเลยว่ายังไม่ค่อยได้ไปไหนมากนัก  เพราะโดนไปร้านโสม ร้านเครื่องสำอาง  และหลายๆที่ๆอาจจะไม่ใช่ทางของพวกเรา ด้วยเวลาที่ค่อนข้างจำกัด ทำให้เราอาจจะมีเวลาได้เห็นอะไรไม่มากนัก   รอบนี้ขอมีเวลามากขึ้นจาก 5 วัน  จึงกลายเป็น  9  วัน  8 คืน (โฮะๆๆ)  การเตรียมตัวเรื่องเสื้อผ้าล่วงหน้าถึง 2 เดือน เพราะอากาศหนาวเย็นและถือว่าไปยาว    สำหรับการรีวิวในครั้งนี้เราจะพยายามเขียนอย่างละเอียด   เผื่อบางคนสนใจตามรอยค่ะ  ทั้งเรื่องราคา สถานที่ ต่างๆ เพื่อจะได้คำนวณงบประมาณได้ค่ะ     ขออธิบายเป็นหัวข้อๆ นะคะ  ส่วนเรื่องการเดินทางไปเที่ยวแต่ละที แบ่งออกเป็นแต่ละวันค่ะ  (จริงๆแล้ว บางวันถ้าหนาวมาก มันก้าวเท้าไม่ออกเลยอาจจะเหลือวันละ 1 ที่ แค่นั้นค่ะ)

 

การเตรียมตัว

1.      เอกสาร

Passport - พาสปอต  สำหรับใครที่มีแล้วก็เช็คดูว่าหมดอายุ (ต้องมีอายุเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน) ฮ่องกงไม่ต้องทำวีซ่านะ สบายหน่อย  ปกติถ้าไปทำพาสปอตก็ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที  ไม่รวมคิวที่ต้องรอทำนะ  ค่าใช้จ่าย 1,000 บาท/คน  กว่าจะได้ก็  2-3 วัน  ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมารับเอง หรือให้ทางหน่วยงานส่งทางไปรษณีย์ให้   แต่เพื่อความชัวร์ไปรับเองน่าจะเร็วและสบายใจกว่า   ข้อมูลการทำพาสปอต  www.thaiaupairclub.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=5374781&Ntype=6

หนังสือ/แผนที่ – อาจจะดูจากเว็บไซต์แล้วรวบรวมปริ๊นไว้  ส่วนหนังสือถือว่าจำเป็นค่ะ เพราะเราควรมีติดมือไปด้วย สามารถแกะรอยได้ง่าย และอยู่ในรูปเล่ม  เราเลือกไป 2 เล่มค่ะ

ปากกาพกติดตัวไว้เลยค่ะ

 

 

2.      การเดินทาง

ทริปนี้คงหนีไม่พ้นแอร์เอเชีย X ค่ะ  ราคาประมาณ 16,000 บาท (ช่วงปีใหม่ วันหยุดยาว ราคาก็แรง)   แต่โดนค่าโหลดพอสมควร  รอบนี้ไม่สามารถเอาขาตั้งกล้องขึ้นเครื่องได้ค่ะ ต้องโหลดไปเท่านั้น ขาไปซื้อโหลด 40 กก.    ขากลับซื้อโหลด 60 กก.  ต้องซื้อออนไลน์    ค่ะ ราคาจะถูกและต้องจองล่วงหน้าก่อนเดินทาง 4 ชั่วโมงค่ะ  ไม่สามารถแชร์โหลดได้นะคะ การเลือกที่นั่งพวกเราโดนไปคนละ 500/เที่ยว       ถ้าต้องการสั่งอาหารทานบนเครื่องสั่งผ่านออนไลน์จะถูกกว่านะคะ หรือถ้าจะทานมาม่าก็ถ้วยละ  60 บาท

 

3.      เสื้อผ้า และเครื่องแต่งกาย

เนื่องจากไปช่วงหนาว  การแต่งตัวสำคัญมากๆค่ะ เพราะถ้าเราหนาวมาก อาจจะไม่สนุก  และไม่คุ้มค่ากับเวลา และค่าใช้จ่ายที่เสียไป  สำหรับปีนี้ได้ติดตามข่าวสารจากเกาหลีทราบว่าปีนี้เป็นปีที่หนาวมากในรอบ 16 ปี  ยิ่งทำให้พวกเราหาข้อมูลมากขึ้น  มาดูกันว่าเราใส่อะไรบ้างในแต่ละชั้น

 

ชั้นที่ 1 ลองจอน (long johns)  ซื้อจากกรมส่งออกค่ะ แถวรัชดา  ร้านจะอยู่หัวมุมค่ะ    ชุดละ  600 บาท (ถูกและดี)  แบบหนา สำหรับอากาศติดลบค่ะ  (ต่อรองตามจำนวนค่ะ พวกเราซิ้อมา  3 ชุด  เลยขอลดได้เหลือชุดละ 550 บาท

 

ชั้นที่  2 ฮีทเทค  (Heattech) เราเป็นคนขี้หนาวมากๆค่ะ (ย้ำเลยว่าม๊ากมาก)  เลยใส่ 2 ตัวซ้อนกันเลยค่ะ แต่ดันซื้อไซส์ S ทั้ง2 ตัว เพราะว่ากลัวจะไม่เข้ารูปค่ะ  กลัวลมจะเข้า  ใครที่จะซื้ออาจจะต้องเผื่อไซส์ไว้ด้วยคะ ถ้าซื้อ 2 ตัวอาจจะคนละไซส์เผื่อหนาวมากจะได้ใส่ทับกันได้ค่ะ   เราซื้อมาจาก Uniqlo   ตัวละ 390 บาท (ช่วงลดราคาพอดีค่ะ ปกติ 490 บาท) จัดมาตั้ง 3 ตัว จริงๆตัวเดียวก็น่าจะพอ  ถ้าไม่ได้มาหลายวัน และช่วงหน้าหนาวใส่ซ้ำได้ค่ะ 

 

ชั้นที่  3 เสื้อกันหนาวแบบเข้ารูป  (เอาที่สามารถใส่เสื้อโค้ชทับได้ เพราะว่าใส่หลายชั้นมากๆ หรือจะไม่ใส่ชั้นนี้ก็ได้นะคะ ถ้าคนที่ไม่ขี้หนาว และแต่สะดวกเลยค่ะ)

 

ชั้นที่ 4 เสื้อโค้ช ขนเป็ด  ถ้าต้องการราคาไม่แพงมาก จะมีที่กรมส่งออกค่ะ แถวรัชดา จะมีราคาประมาณ 900 บาทขึ้นไปค่ะ   ถ้ามีกระเป๋าและซิปจะดีมาก เพราะสามารถเอามือซุกกระเป๋ากันอุ่นได้ และใส่ของเล็กๆน้อยๆได้ด้วยค่ะ

** สำหรับเสื้อแขนสั้นไม่ได้ใส่เลยค่ะส่วนใหญ่ใส่แขนยาวทั้งหมด  ต้องเลือกเสื้อผ้าที่ทำให้ร่างกายอุ่นๆ และไม่ควรใส่เกิน 4 ชั้นค่ะ เพราะจะขยับตัวลำบาก และอึดอัดมากค่ะ เราโดนไป 5 ชั้น เดินเป็นหุ่นยนต์เลยคะ

 

รองเท้า

ถ้ามีรองเท้าบูทน่าจะอุ่นกว่าผ้าใบค่ะ  เราซื้อมือ 2 มาจากถนนคนเดินเชียงราย 550 บาท ใส่ดีมากๆ ใส่อุ่นเดินสบายไม่กัด ซื้อไซส์ 39 ปกติใส่ 38  (การซื้อรองเท้าต้องเผื่อถุงเท้าไว้ด้วย 1 เบอร์ค่ะ)   ซื้อมาแล้วทำความสะอาดตากแดดให้ดี  สำหรับใครที่ไม่มีใส่ผ้าใบก็ได้ค่ะ เอาที่พื้นไม่สึกนะคะ เวลาเดินจะลื่นค่ะ เพราะว่าถนนจะลื่นเนื่องจากมีหิมะค่ะ  รองเท้าแตะนี่ไม่ต้องเอาไปนะคะ ที่ห้องพักมีคะ  เราเอาทั้งแตะ ผ้าใบ และบูทไปด้วย  สุดท้ายแล้วก็ใส่บูทคู่เดียว 9 วันเลยค่ะ  (เจ็บใจเป็นที่ซู้ด)

**ที่เกาหลีมีขายราคาคู่ละ 300 บาทด้วยนะคะ ทั้งมือ 1 และมือ  2  ขนาดมือ 1 ยังราคา 300 บาทเองค่ะ  อยากซื้อกลับมาเหมือนกันแต่ไม่สามารถแบกมาได้เปลืองพื้นที่มากๆ

 

ใส่ธรรมดาที่มีไปก่อนค่ะ  แล้วไปหาซื้อเพิ่มที่เกาหลีได้ค่ะ ราคาถุงเท้าธรรมดา 30 บาท  ถ้าแบบหนา นิ่มใส่อุ่นก็ 60 บาทค่ะ  มีลวดลายน่ารักๆทั้งนั้นเลยค่ะ

 

 ผ้าพันคอ

ต้องมีนะคะ  อาจจะซื้อแบบสวมคอได้เลย จะได้ไม่เกะกะค่ะ เพราะลำพังแค่เสื้อผ้าหลายชั้นก็จะแย่อยู่แล้ว

 

ถุงมือ

ที่เกาหลีมีขายทั่วไปค่ะ  คู่ละ 90 บาท  (สามารถ ทัช สกรีนได้ด้วยค่ะ) ที่ Uniqlo คู่ละ 390 บาทค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าเกรดเดียวกันไหม แต่ก็ใส่ได้สบายๆค่ะ   เราซื้อแบบหนังที่ Uniqlo มาค่ะ (390 บาท)  เพราะมันแลดูกระชับดี และไม่เปียก แต่จริงๆแล้วถุงมือก็ใส่ได้ทุกแบบแล้วแต่ชอบ  เพราะจะเอามือซุกกระเป๋าไว้ค่ะ  อาจจะเอาถุงร้อนใส่ไปในกระเป๋าเสื้อด้วย (หาซื้อได้ที่ร้านสะดวกซื้อเกาหลี ซองละ 30 บาท มีหลายแบบให้เลือกค่ะ)

 

 ที่ปิดหู 

หาซื้อได้ที่เกาหลีเลยค่ะ อันละ 150 บาท  แต่ถ้าแบบดีหน่อยอย่างอุ่นๆเลยก็ 300 บาท   ตอนแรกเคยคิดว่ามันเป็นแค่แฟชั่นค่ะ  พวกที่ปิดหูกับถุงมือ พอไปเจอ –10องศาเท่านั้นละ หูชาแทบหลุด มือก็ปวดที่ปลายนิ้วมากๆ แดงไปหมดเลย จำเป็นค่ะ หรือถ้ามีหมวกที่เสื้อหรือเตรียมหมวกไหมพรมไปก็พอไหวคะ ไม่พอค่อยซื้อเพิ่มได้

รูปภาพ

อันนี้ขนาดใหญ่ คุณภาพโอเค ราคา 10,000 วอน หรือ 300 บาท  ถ้าขนาดเล็กกว่านี้จะอยู่ที่ 100 กว่าบาท แต่คุณภาพจะไม่ค่อยดี และไม่อุ่นเท่าอันใหญ่ค่ะ

 

เครื่องประดับ

ที่เป็นโลหะอย่าใส่เลยค่ะ   ไม่เอานะอย่าเยอะๆ ฮ่าๆ  แค่นาฬิกายังไม่ค่อยอยากจะใส่เลย เพราะมันจะเย็นมากๆ  ต่างหูก็เช่นกันค่ะ   เพราะเวลาใส่ที่ปิดหูแล้วมันจะเจ็บ ถ้าใส่จริงๆก็ไม่ควรเป็นแบบยาวค่ะ เดี๋ยวจะพันกับคอเสื้อเกะกะค่ะ  แค่ตาแว่นและใส่ที่อุดหูก็ยังมีเจ็บบ้างเลยค่ะ

 

Hot pack  หรือถุงร้อน

มีขายตามร้านสะดวกซื้อ เป็นถุงพลาสติกเล็กๆแบนๆที่มีสารให้ความร้อน ใช้ใส่ไว้ในเสื้อ ในถุงมือก็ได้ อันนี้ไว้แก้หนาวแบบปัจจุบันทันด่วน มันก็ร้อนได้เป็นชั่วโมงเลยค่ะ แล้วก็จะค่อยๆหายร้อนไปตามเวลา ถ้าจะใช้ให้ได้ความอุ่นแบบถึงใจ ให้ใส่ไว้ติดผิวเลย ติดกาวสองหน้ามาเลยค่ะ แปะเลย สะใจกว่าแบบใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ  ราคาไม่แพงคะอันละ 1000 วอน หรือ 30บาท  แต่ถ้าซื้อจากเว็บไซต์ในไทยก็จะประมาณ 80-90 บาท /ชิ้น นะคะ ไม่ใช่ต่อแพค  ถ้าที่เกาหลีแพคละประมาณ 100 บาทนิดๆ มีประมาณ 5 อันค่ะ  

**ความคิดเมื่อก่อน  คิดว่า พวกที่ปิดหูกับถุงมือ หรือขนสัตว์ฟุ้งฟิ้งมุ้งมิ้งเนี่ย มันเป็นแฟชั่น เวอร์ไปมั้ยอะ   พอไปเจอ –10องศาเท่านั้นละ หูชาแทบหลุด มือก็ปวดที่ปลายนิ้วมากๆ แดงไปหมดเลย แทยจะกระเด็นออกเป็นเสี่ยงๆ  (อันนี้ความรู้สึกของเรานะ 555)   ถ้ามีหมวกที่เสื้อหรือเตรียมหมวกไหมพรมไปก็พอไหวคะ ไม่พอค่อยซื้อเพิ่มได้    ยิ่งเสื้อขนฟรุ้งฟริ้งๆ  ที่เห็นอยู่ทั่วๆไป  ขนช่วยกันลมและช่วยกันน้ำจากหิมะได้ค่ะ  เราซื้อจากที่อันเดอกราวเพิ่มเติม  ราคา 1,800 บาท ใส่ดีใส่อุ่นดี๊ดีค่ะ  (คิดแล้วไม่น่าแบกไปจากไทยตั้ง 2 ตัวเล๊ย)

 

4.      ที่พัก

หาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ  และดูการรีวิวต่างๆ และเลือกที่จะพักที่ www.applebackpackers.com และก็ไม่ผิดหวังค่ะ

เค้าจะมีเมล์แจ้งให้เรา CF  แต่ยังไม่ต้องจ่ายเงินนะคะ  จ่ายเงินสดเป็นเงินวอนค่ะ จ่ายเมื่อไปถึงที่พัก  (ใครที่แอบคิดว่า จะตัดบัตรค่าที่พักหมดสิทธิ์นะคะ อิอิ  เราก็คิด  อดเหมือนกัน^^)

 

สำหรับราคาห้องพักมีดังนี้ค่ะ 

ห้อง 1 คน ราคา 40,000 วอน  หรือ1,200 บาท

ห้อง 2 คน ราคา 55,000 วอน  หรือ1,650 บาท

ห้อง 3 คน ราคา 70,000 วอน  หรือ2,100 บาท

ห้อง 4 คน ราคา 85,000 วอน  หรือ2,250 บาท

ดูราคาได้ใน www.applebackpackers.com  พัก 7  คืน   ฟรี 1 คืน(โปรโมชั่นณตอนนั้นนะคะ^^)

 

5.      ของใช้ส่วนตัว

ยาต่างๆ - ยาพารา  ยาลดน้ำมูก  ยาแก้ไอ  เกลือแร่  อีโน  วิตตามินซี  พลาสเตอร์  ยาแก้แพ้ หรือยาประจำตัวของแต่ละคนค่ะ

ครีม – ครีมทาหน้า ผิว มือ ลิปมัน

 

 6.      อุปกรณ์ไอที 

มือถือ  กล้องถ่ายภาพ  สายชาร์ทต่างๆ ปลั๊กราง  หัวปลั๊ก  โน๊ตบุ้ค  ขาตั้งกล้อง เครื่องสำรองแบต เมมโมรี่

 

7.      กระเป๋า

กระเป๋าเดินทาง  -  ถ้าไปหลายวันกระเป๋าเดินทางควรเป็นใบใหญ่ไปเลยค่ะ จะได้ไม่ต้องลากกันหลายกระเป๋า ป้องกันการลืมด้วยค่ะ  เราแบกใบเล็กไปน้อยไป  ขากลับนี้อ๊วกเลยค่ะ  เวลารอของโหลดก็ค่อนข้างหยุมหยิมมาก  สู้เอาใบใหญ่ๆไปเลยดีกว่า โหลดไปคนละใบก็จบแล้วค่ะ

กระเป๋าใบเล็ก –  สำหรับพกติดไปท่องเที่ยวในแต่ละวันด้วย อาทิ ใส่อุปกรณ์ สายชาร์ท  ขนมขบเคี้ยว ยาต่างๆ

 

8.      อาหาร

ใครชอบกินอะไรหยิบใส่กระเป๋าไปด้วยค่ะ  เผื่อเวลาหิว  หนาวจัดๆ จะได้ทานได้ทันที  เพราะบางทีร้านอาหารก็ยังไม่เปิดจะได้รองท้องไปก่อน  ส่วนอาหารที่ติดไปอาจจะเป็นมาม่า ขนมปัง ขนมขบเคี้ยว ลูกอม หมากฝรั่ง แต่ไม่ต้องเอาไปเยอะเกินนะคะ หนักค่ะ ที่เซเว่นมีขายแต่ราคาอาจจะแพงกว่าบ้านเรา  มาสำรวจร้านเซเว่นและราคากันดีกว่าค่ะ

**ที่พักที่นี่มีห้องครัวส่วนกลางให้ค่ะ มีไมโครเวฟ  มีเตาแก๊ส  สามารถทำอาหารทานได้ ตู้เย็นส่วนกลางแช่อาหารได้เลยค่ะ ถ้วยชามมีพร้อม 

 

วันแรก  27 ธ.ค 57      หมูเกาหลี  เข้าที่พัก

ออกเดินทางไปสนามบินดอนเมือง ตั้งแต่ตี  4  เรียก Gap แทกซี่ไปดอนเมือง กว่าจะเช็คอิน  ตรวจ ตม.แล้วก็มีเวลาพักสักหน่อย เพื่อขึ้นเครื่องช่วง 8.30 น.  (คิดใช่มั้ยว่าจะออกทำไมตี 4 เครื่องออกตั้ง 8.30 น.)  กลัวรถติด กลัวคนเยอะ กันไว้ก่อนค่ะ  เพราะความแน่นอนคือความไม่แน่นอนค่ะ ถ้าพลาดไปไม่ทัน งานนี้ยาวเลย ขั้นตอนมันก็เยอะ  ใช้เวลาเดินทาง 5 ชม.ค่ะ  ไม่ได้สั่งอาหารบนเครื่องไว้ค่ะ เพราะเคยกินแล้วแต่กล่องเล็กและก็แพง ถึงจะสั่งไว้ก่อน เลยซื้อเตรียมไปกินก่อนขึ้นเครื่อง และมีขนมปังไปกินด้วย  (เค้าห้ามเอาอาหารขึ้นไปทานเองบนเครื่อง แต่ก็มีคนทานกันตลอด แต่ก็แอบตามมารยาทค่ะ ขนมปังเล็กๆน้อยๆ)   ระหว่างทางชม.ที่ 3 เอง เจอแม่คะนิ้งติดตามหน้าต่างด้วย  โอ๊ย!! ถ้าถึงเกาหลีจะขนาดไหน ตื่นเต้นๆ 

 

 

 ผ่านไป  5  ชม. ถึงสนามบินอินชอนแล้วคะ  ประมาณ 15.00 น.  ที่เกาหลีเวลาจะเดินเร็วกว่าเมืองไทย  2 ชั่วโมง  ลงเครื่องก็ตรวจตม. แล้วก็ไปเอากระเป๋าโหลด  เตรียมใส่เสื้อผ้าให้หนาเตรียมพร้อมออกจากสนามบินค่ะ 

 

 

 เนื่องจากพวกเราทำงานไอทีค่ะ  อินเทอร์เน็ตถือว่าจำเป็นมากๆ เราจึงเช่า Wifi  Rounter  จำนวน  8 วัน  12,700 วอน   เน็ตเร็ว เน็ตแรง ใช้ได้ทุกที่ แต่แบตใช้ได้ประมาณ 4-5 ชม.ค่ะ  ต้องเตรียมเครื่องชาร์ทสำรองไปให้ดีๆค่ะ  หมดจะได้ชาร์ทได้เลย รับรองว่าไม่พลาดงานสำคัญ จะอัพเฟส จะเช็ตสถานะก็สบายๆ ^^

 

เรียบร้อยแล้วก็เดินออกมารอรถมล์สาย 6002  ลง จองโน-3-กา  หรือถ้าเป็นสาย 6011 ลง ชองด็อกกุง ทั้งคู่เดินพอๆกันค่ะ แนะนำให้ขึ้น 6002 จะดีกว่า เพราะเว็บไซต์ของ apple  มีรูปชัดเจนว่าลงตรงไหน ข้ามถนนยังไง  เดินตามแผนที่ไม่ยากค่ะ ใช้เวลาเดินทางรถบัส 1 ชม.ค่ะ

 

 

 มาถึงแล้วค่ะ ห้องพักแบ่งออกเป็น 2 ตึก  เราได้พักตึก 2 จริงๆแล้วชอบตึกแรกค่ะ (น่าจะเต็ม)  มาดูห้องพัก และห้องครัวกันดีกว่า ว่าที่นี่มีอะไรบ้าง

 

 

ภายในห้องพัก

 

 บริเวณลอบบี้

 

 

 

 บรรยากาศห้องครัว

 

สำรวจห้องพักและเก็บของเรียบร้อยแล้ว  ก็ออกมาเดินเล่น และหามื้อเย็นทานค่ะ  แถวนี้เป็นย่านปิ้งย่างเลยค่ะ มีให้เลือกมากมายหลายร้าน  บรรยากาศก็ตามที่เห็นแล้วค่ะซ้ายขวาก็มีแต่ร้านเต๊นท์ปิ้งย่างอยู่ไม่ไกลจากที่พักเลยค่ะ

 

ต่อไปก็สำรวจ7/11กันต่อค่ะ

 

เราเลยเลือกร้านนี้ค่ะสำหรับมื้อแรก  สั่งมา 4 ชุด โซจู 1 (ปกติพวกเราไม่ทานแอลกอฮอลค่ะ เอามาเป็นพิธี)  เพราะไม่มีโต๊ะไหนไม่สั่งโซจูค่ะ อิอิ 

 

มาถึงก็ต้องถอดเสื้อกันหนาวใส่ถุงค่ะเพราะกินปิ้งย่างกลิ่นและควันจะเหม็นเสื้อค่ะทางร้านจะมีถุงพลาสติกให้ใส่ค่ะ(ดูจากโต๊ะอื่นค่ะตอนแรกก็งงค่ะเอาถุงมาให้ทำไมน๊ออิอิ)

  อาหารมาแล้วค่ะ  หน้าตาดี๊ดี  เราสั่งแบบเนื้อและซี่โครงด้วย  (ตามที่เค้าแนะนำค่ะ) เครื่องเคียงเยอะมาก

ยกเป็นพิธีไม่ได้กินจิงๆนะค๊ะ(โต๊ะอื่นกินเป็นโหลโต๊ะนี้3คนขวดเดียวก็แทบจะไม่หมดค่ะ

สำหรับมื้อนี้หมดไป 1,700 บาท(ก็เหมือนกินบุเฟต์บ้านเราค่ะแหัวละ500-600อยู่ที่เราสั่งด้วยค่ะว่าสั่งที่ขีดและสั่งเนื้อประเภทไหน)

 

 วันที่ 2  /  28 ธ.ค 57             ไปเที่ยววัง 

 

เช้านี้แค่ –3องศา  ดูจากการแต่งตัวแล้วไม่ต้องรูปซิปปิด อากาศเย็นแต่ไม่ถึงกับเย็ดจัด ท่อนบนใส่ 4ชั้นท่อนล่างใส่ 2 ชั้นค่ะ 

 

วันนี้จะเดินทางไปเที่ยวพระราชวัง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พัก   ระหว่างทางก็ถ่ายภาพเล่นไปเรื่อยๆ เจอลานสกีก็แชะภาพกันนิดนึง

 

 

ถึงแล้วค่ะ  ซื้อตั๋วเข้าไป………….บาท แล้วก็เดินเข้าไปชมด้านในกันเลย

 

 

 เดินทางโดย…………………………..แวะไปลานสกี ถ่ายรูปเล่น  โกยอ้าวหิมะกันนิดนึง

 

 วันที่ 3    29 ธ.ค 57         หมู่บ้านบุกชอนฮันอก (Bukchon Hanok Village)

 หมู่บ้านบุกชอนฮันอก (Bukchon Hanok Village) เป็นหมู่บ้านดั้งเดิมของเกาหลีที่มีประวัติยาวนานที่เรียกว่า ฮันอก (Hanok) ตั้งอยู่ระหว่าง พระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace), พระราชวังชางด๊อกกุง (Changdeokgung Palace) และอารามหลวงจองเมียว (Jongmyo Royal Shrine) คำว่า บุกชอน (Bukchon) มีความหมายว่าหมู่บ้านทางตอนเหนือ ตามตำแหน่งที่ตั้งของหมู่บ้านที่อยู่ทางทิศเหนือของคลองชองเกชอน (Cheonggyecheon Stream) และชงโน (Jongno)

 

 

 

 

ภายในหมู่บ้านมีตรอกซอกซอยอันเป็นที่ตั้งของบ้านแบบดั้งเดิมกว่าร้อยหลัง และเป็นที่เก็บรักษาสภาพแวดล้อมของเมืองไว้ เพื่อเป็นการบอกเล่าประวัติศาสตร์ และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมตั้งแต่สมัยราชวงศ์โชซอนที่มีอายุกว่า 600 ปี  

 

สถานที่ท่องเที่ยวโดยรอบของหมู่บ้านได้แก่ Bukchon Traditional Culture Center, Seoul Museum of Chicken Art, บรรดาร้านค้ามากมายได้ ร้านอาหาร, ร้านชา เป็นต้น เพื่อเป็นการเรียนรู้และดื่มด่ำกับวัฒนธรรมเกาหลีแบบดั้งเดิมได้เป็นอย่างดี นักท่องเที่ยวจะแวะถ่ายภาพตามจุดต่างๆ สลับกันไปมา และยังมีร้านกาแฟ ร้านขายของน่ารักๆ อยู่บางจุด

 ลงมาจากหมู่บ้านเริ่มหิวค่ะ  มองหามื้อเช้าเลยเลือกร้านนี้ดูอาหารหลากหลายและได้เปลี่ยนบรรยากาศด้วย

ระหว่างทางเดินทางกลับจากหมู่บ้านไปยังรถไฟฟ้า ก็จะเจอร้านค้าต่างๆ ตลอดเส้นทาง  สาวๆคนไหนเห็นเป็นต้องแวะช้อปแวะดูแน่นอนค่ะ  

 

สำหรับการเดินทางมายังหมู่บ้าน  ใช้สถานีรถไฟใต้ดิน สาย 3 ลงที่ Anguk Station เดินออกทางออกที่ 2 เดินตรงไปอีก 300 เมตร เลี้ยวเข้าไปในซอย 11 Gahoe-dong หรือ 31 Gahoe-dong    

**เปิดทุกวัน ไม่มีค่าใช้จ่ายหรือค่าเข้าค่ะ

 

วันที่ 4 30 ธ.ค 57        Numsan Tower

 โซลทาวเวอร์ หรือ N Seoul Tower  เป็นสถานที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวล้วนแต่อยากจะลองมาดูวิวที่นี่ เพราะไม่ใช่แค่จุดชมวิว  แต่ยังเป็นสถานที่ที่สุดจะโรแมนติค ไม่ว่าจะเป็นยามกลางวันหรือกลางคืน และไม่ว่าจะฤดูไหนๆ ก็ตาม ที่นี่ยังคงได้รับความนิยมเสมอมา ทั้งจากนักท่องเที่ยวทั่วไป หรือแม้แต่คู่รักชาวเกาหลีก็ตาม

โซลทาวเวอร์ เป็นจุดชมวิวของเมืองโซล  ด้วยความสูง 236.7 เมตร อีดทั้งยังตั้งอยู่บนยอดเขานัมซาน ทำให้มีทัศนียภาพอันงดงามของกรุงโซลและพื้นที่โดยรอบก็มีมุมที่สวยงาม 

 

ที่นี่เปิดให้เข้าชมมาตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 1980 และได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ และในปี 2005 ก็ได้มีการปรับปรุงสถานที่ใหม่ ด้วยงบประมาณถึง 15 พันล้านวอน และเปลี่ยนชื่อเป็น N Seoul Tower ตัวอักษร \\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\'N\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\' ย่อมาจากคำว่า \\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\'New\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\' และได้มีการนำระบบแสงสีมาใช้ โดยมีการจัดแสดงโชว์แสงสีที่เรียกว่า Flower of Seou  ด้วยการฉายไฟขึ้นไปบนหอคอยในทุกๆ คืนตั้งแต่ 19:00-24:00 

 

มื้อเช้าระหว่างรอรถเมล์ค่ะ

 

 รถเมล์มาแล้วค่ะได้นั่งด้วย  เย้ๆๆ

 

จริงๆแล้ววันนี้ตั้งใจจะไปนามิค่ะ  เพราะอยากไปวันธรรมดาคนจะได้ไม่เยอะ  แต่พอนั่งรถไปต่อที่สถานีใหญ่ ปรากฎว่าตั๋วรอบเช้าเต็มหมดแล้ว  เหลือแต่รอบบ่ายโมง  เพราะเราต้องนั่งรถไฟ ITX รถไฟความเร็วสูงไปอีกประมาณ 45  นาที   และต่อแทกซี่อีก 15 นาที  อีกทั้งหน้าหนาวมืดเร็วมากๆ  เลยเปลี่ยนแผนไปวันอื่นแทนค่ะ     เลยเปลี่ยนเส้นทาง

ไป Numsan Tower แทนค่ะ

มาถึงก็เจอแมวหิมะเลยเนี่ย

 

 

 

ไปนั่งทำงาน และเดินถ่ายรูปสักพัก   แล้วออกเดินทางไปดัมแนมุนต่อ

 

 

 นั่งรถจากNumsan Towerสาย..........มาลงที่.................แล้วต่อไปที่ ดัมแนมุน  

ระหว่างทางก็ตามเคยค่ะมีอะไรขายต้องซื้อมันตลอดทางสิน่า

รสชาดดีงามมากๆค่ะหอมนุ่มชุมคอ(ปลากหมึกนะไม่ใช่ยาอม)แต่ที่แน่แไม่เหนียวค่ะกินง่ายมากๆ

 

 

โอ้โหว !!!  สตอเบอรี่ ลูกโตๆ หวานเจี๊ยบ กล่องละ 10,000 วอน หรือ 300 บาท  (มีประมาณ 24 ลูก)

 

 

น้ำทับทิมคั้นสดๆ ราคา 3,000 วอน หรือ 90 บาท  (แอบฝาดนะเนี่ย  ก็นะบดทั้งลูกทั้งเม็ด)

เดินเล่นเสร็จแล้วก็เข้าเซเว่นหาของกินไปเวฟกินที่ห้องพักค่ะ

ตู้เย็นส่วนรวมค่ะห้องไหนซื้อของสดมาก็แช่ไว้ได้เลยค่ะ

จัดเต็มมาเลยค่ะ

 

 วันที่ 5 / 31 ธ.ค 57      ไปเกาะนามิ

 วันตัดสินใจไปเกาะนามิกันค่ะ  ออกจากห้องพักไปขึ้นรถไป  ITX  ได้เที่ยว 11.30 น. (ราคาบัตรคนละ 4,000 วอน หรือ 120 บาท)  และค่าแทกซี่อีกประมาณ  3,000  วอน  หรือ 90 บาท  มาถึงท่าเรือพวกเราก็แวะกินอาหารยอดนิยม ทัสบี้  ไก่ผักซอส โดยเลือกร้าน……อร่อยมากๆค่ะ รสชาติไม่เผ็ดค่ะ  ส่วนใหญ่นิยมกินเล่น พอใกล้จะหมดก็จะเทข้าวเปล่าแล้วคลุกให้เข้ากันโดยมีสาหร่ายหั่นฝอยใส่เข้าไปด้วยค่ะ รสชาดจะหอมขึ้นมาอีก   มื้อนี้โดนไป  36,000 วอน หรือ…………….บาท  

หลังจากรถลงไฟก็ต้องต่อด้วยแทกซี่อีกประมาณ15นาทีค่ะ

ต่อแถวรอแทกซี่ค่ะ

 

 

 อิ่มแล้วก็ไปซื้อบัตรที่ท่าเรือค่ะ เพื่อข้ามไปเกาะนามิ  ถือว่าเดินทาง 4 ต่อกันเลย  ค่าเรือ  8,000 วอน  หรือ 240 บาท (ไป-กลับ)ระหว่างเดินมองไปโดยรอบมีแต่น้ำแข็งเต็มไปหมด

เรือมาแล้วค่ะ

 เกาะนามิ (Nami-som) เกาะแห่งรักรูปจันทร์เสี้ยวกลางทะเลสาบแห่งนี้ อยู่ทางตะวันออกของกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เป็นสถานที่ที่ขึ้นชื่อเรี่องวิวสวย บรรยากาศโรแมนติก เหมาะสำหรับคู่รักมาใช้เวลาร่วมกัน และที่สำคัญ ที่นี่ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่พลาดไม่ได้เลยสำหรับผู้ตั้งใจจะมาตามรอยซีรี่ส์เกาหลี

 เกาะนี้เคยเป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นที่จัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่มคนเกาหลีเท่านั้น แต่หลังจากซีรีส์ เรื่อง “Winter Sonata” (เพลงรักในสายลมหนาว) ออกฉาย และสร้างกระแส K-Series จนเป็นที่รู้จักและโด่งดังในหลายประเทศ เกาะแห่งนี้ จึงกลายเป็นสถานที่แห่งความรักของหนุ่มสาว รวมทั้งคอซีรีส์เกาหลีต่างก็หลั่งไหลมาเที่ยวกันอย่างล้นหลาม

 

 ใช้เวลา 10 นาที ถึงเกาะค่ะ  เดินไปเรื่อยๆไม่ต้องรีบ  ถ้ามากับทัวร์จะมีเวลาประมาณ  40 นาที- 1ชั่วโมง   ใครหิวก็มีร้านอาหาร และของกินเล่นแก้หนาวไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทปิ้งย่างเป็นไม้ๆ  (2500 วอน หรือ  75 บาท )  ข้าวโพดปิ้ง  (ครึ่งฝัก 90 บาท)  ซาลาเปา  (1000 วอน หรือ 30 บาท)   เดินมาท้าหิมะ ถอดเสื้อผ้าให้เหลือ 1 ชั้นค่ะ

อากาศที่เย็นจัดหม่ำซาลาเปาร้อนๆนีมันฟินมากๆเลยค่ะ ช่วยทำให้หายหนาวได้ชั่วขณะ

 

อิ่มแล้วก็เดินกันต่อนะคะ

ก็ยังคงแวะหาปิ้งย่างร้อนๆกินกันค่ะ

เดินสัมผัสหิมะท่ามกลางแสงแดดเพิ่มความอบอุ่นกันหน่อยค่ะ

เนื่องจากไม่ได้มากับทัวร์เราขึงมีเวลาเดินแบบสโลไลฟ์มากขึ้นเดินจนหนำใจแล้วค่อยขึ้นเรือกลับค่ะ

 

ส่วนมื้อค่ำพวกเราก็คงไม่พ้นปิ้งย่างสไตล์เกาหลีแต่ขอเปลี่ยนร้านดูบ้างนะคะ

ลองหลายๆร้านได้หลายรสชาดและบรรยากาศค่ะ

เต๊นแบบนี้เต็มไปหมดเลยค่ะเหมือนที่เราดูละครเกาหลีกันเลยพระเอกนางเอกมานั่งกินปิ้งย่างท่ามกลางอากาศเย็นๆ(ควันออกปาก)

 

เค้าทำการชั่งเนื้อหมูตามที่เราออเดอร์ค่ะ

รำหม่ำๆคนใส่หมวกหน้าตาฟินเวอร์มากๆ

 

 

 วันที่ 6  / 1 ม.ค 57           ไปมหาลัย 

การเดินทางสามารถนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีตามรูปได้เลยค่ะ

มาถึงแล้วก็เดินเล่น บรรยากาศรอบๆเต็มไปด้วยร้านค้าเสื้อผ้าน่ารักๆมากมาย รวมไปถึงอาหารร้อนๆน่ากินทั้งนั้นเลย

เพื่อนอ้วนจัดตลอดทางค่ะไม่พลาด

 

กินๆๆๆตลอดทางค่ะ

เดินไปสักพักรู้สึกแปลกๆมาก เหมือนฝนตก หรืออะไรสักอย่าง สักพักเดียวเท่านั้นฝนที่ตกลงมากลายเป็นละอองสีขาวค่ะ  ยังไม่ทันถ่ายรูปก็หายไปเสียแล้ว  มาเป็นช่วงๆค่ะ ถึงว่าทำไมอากาศเย็นวูบ เย็นหัวมากๆค่ะ  ที่แท้ก็หิมะตกใส่นี่เอง ><

 

ช้านนั่งตกปลาอยู่ริมตลิ่งแปลกใจจริงๆปลาไม่กินเหยื่อ

 

 วันที่ 7/ 2 ม.ค 57        หมู่บ้านฝรั่งเศส  LaPetiteFrance

 

รองท้องด้วยมาม่าในเซเว่นมีที่ให้นั่งกินด้วยนะ

 

เช้านี้ –10องศา  ตอนแรกคิดไว้ว่าจะไปเอเวอร์แลนด์  แต่ระยะทางค่อนข้างไกล ต้องเดินทางขาละ 3 ชั่วโมงโดยประมาณ ไปกลับก็ปาไปจะครึ่งวันแล้ว อีกทั้งสว่างช้า มืดเร็ว เลยปล่อยผ่าน  (รอบที่แล้วมากับทัวร์เคยไปแล้วด้วย)  เลยเปลี่ยนเป็นหมู่บ้านฝรั่งเศสแทน   การเดินทางต้องนั่งรถไฟฟ้าจาก………….ไปลงที่………และนั่งแทกซี่ต่อไปอีก 30 นาที   เสียค่าเข้าอีก……….บาท   ระหว่างทางแทกซี่ก็ชวนคุยตลอด คันนี้เก่งภาษาค่ะ  และได้บอกว่าที่นี่คือสถานที่ถ่ายทำซี่รีย์เกาหลีเรื่องฮิตด้วย 

หมู่บ้านฝรั่งเศส La Petite France อยู่ใกล้ๆ กับเกาะนามิมาก ห่างกันแค่ 10 กว่ากิโลเท่านั้น ผู้คนส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวเกาะนามิ ก็มักจะแวะมาถ่ายรูปสวยๆกันที่นี่ด้วย ถือว่าเป็นแพคเกจสถานที่เที่ยวคู่ หมู่บ้านฝรั่งเศส La Petite France เป็นหมู่บ้านขนาดเล็กมีพื้นที่ไม่มากนัก สถาปนิกได้ตกแต่งภายในรวมไปถึงใช้วัสดุการก่อสร้าง หลังคา หน้าต่าง พื้น ล้วนตกแต่งออกมาในแนวฝรั่งเศส ตามชื่อของหมู่บ้าน เป็นจุดขายของที่นี่ โดยเหมาะกับชื่อ LA PETIT’ ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศส ที่มีความหมายว่า “เล็กและน่ารัก” หรือเรียกอีกอย่างว่า เจ้าชายน้อย ทำให้บางคนเรียกว่าหมู่บ้านฝรั่งเศส แห่งเจ้าชายน้อยซึ่งทำให้ดูมีความน่ารักมากขึ้นไปใหญ่ บรรยากาศภายในจะออกแนวโรแมนติคผสมกับกลิ่นไอสไตล์ฝรั่งเศสแบบสดใส สีสันงดงาม เนื่องจากด้านในหมู่บ้าน Petite France นี้ จะถูกแบ่งเป็นบ้านหลายๆหลังที่มีสีสดใส มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านน้ำหอมขนาดเล็ก มีสวนดอกไม้นานาชนิดที่ออกดอกตามฤดูกาลต่างๆ ไปเที่ยวช่วงไหน ต้องได้เห็นดอกไม้ตามฤดูกาลของที่นี่แน่นอน ทำให้ช่วยเพิ่มสีสันให้กับหมู่บ้านฝรั่งเศส และสร้างความโรแมนติคแก่ผู้มาเยือน และตัวสถานที่เองก็ถูกล้อมไว้ด้วยภูเขาโฮมีซัน (Homyeongsan) และทะเลสาบซอนเพียงโฮ (Cheongpyeongho)

 มีดนตรีคลาสสิคเปิดตอนรับผู้คนในบริเวณนั้นอีกด้วย ผู้คนที่อยู่ภายในหมู่บ้านสามารถชมวิวธรรมชาติจากด้านบน ซึ่งจะเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ต้นไม้เขียวขจี ได้ในระยะไกล สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก  ภายในบ้านแต่ละหลังยังเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชม และถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก เริ่มด้วย ห้องที่รวมรวมเอาแกลลอรี่จานชามที่มีลวดลายสวยงาม แต่งสีสันมากมายในรูปแบบที่แตกต่างกัน ประดับอยู่ที่ฝาผนังห้อง มีมุมจัดโชว์เครื่องเซรามิค ภาพวาดสีน้ำมัน ตุ๊กตา ถัดไปอีกห้องนึงก็จะเป็นห้องที่ถ่ายทำซีรีย์เรื่อง Beethoven Virus มีการจัดโซฟา จัดเปียโน และพรมแบบฝรั่งเศสคลาสสิคๆ  และยังมีห้องที่มีอุปกรณ์น่ารักๆ เช่น พวกหมวกสไตล์ฝรั่งเศสหลากหลายใบ ทั้งแบบปีกใหญ่ ปีกเล็ก หรือแม้จะเป็นกระเป๋าสะพาย  หรือร่มน่ารักๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เอามาใส่ถ่ายรูปเพื่อให้เข้ากับแนวบ้านอีกด้วย  จุดสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ Le Saint-Exupery Memorial Hall ซึ่งภายในได้รวบรวมเอาประวัติ และผลงานของนักเขียนหนังสือ “เจ้าชายน้อย” ไว้ เหมาะสำหรับแฟนๆหนังสือเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ยังไม่หมดแค่นี้ยังมีห้องที่รวมรวมชุดสมัยโบราณของฝรั่งเศสทั้งชายและหญิงไว้ให้ได้ชมกันมากมายหลายแบบเลยทีเดียว บรรยากาศภายนอกบ้านจะมีร้านกาแฟ ร้านไอติมเล็กๆ มีสวนน้ำพุ และดอกไม้นานาชนิดที่ออกดอกตามฤดูกาลต่างๆ ช่วยเพิ่มสีสันให้หมู่บ้าน และสร้างความโรแมนติคแก่ผู้มาเยือน

 

กลับมาต่อมื้อค่ำร้านใหม่กันบ้างคะ

 

 

วันที่ 8   3 ม.ค 57           กินข้าวเช้า  ช้อปปิ้ง  กังนัม อันเดอร์กราวเซ็นเตอร์   กินปิ้งย่าง

เช้านี้อากาศเย็นมากๆเราเอาของกินวางไว้ที่หน้าต่าง(ที่หน้าต่างจะมีประตูหลายชั้นสำหรับกันความเย็นค่ะ)วางไว้เหมือนตู้เย็นเลยเปิดกินน้ำทีเย็นบเจี๊ยบยังกะแช่ช่องฟิชค่ะ

 เช้านี้อากาศเย็นมากๆเดินออกมาจากห้องพักเจอหิมะตกเป็นกองตามพื้นและข้าวของเครื่องใช้ค่ะคาดว่าเมื่อคืนหิมะตก

หิมะติดอยู่ตามกิ่งไม้

กระจกรถเต็มไปด้วยหิมะ

ที่พื้นก็มีหิมะประปรายค่ะ

 เจอขวดน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง

เดินถ่านเล่นอยู่ด้านหน้าเห็นแดดออกแบบนี้แต่จริงๆแล้วหน้าสุดๆเลยค่ะจนอยากจะหนีกลับไปซุกผ้าห่มที่ห้องพักซะแล้ว

ข้ามถนนก็ถึงแล้วค่ะ

หนาวจนต้องมุดลงกระดองเลยทีเดียว

สระน้ำเป็นน้ำแข็งเลยค่ะ

เจอชาวต่างๆชาติใส่ชุดฮันบกมาเที่ยวค่ะ(น่ารักดี)

ช่วงเดินขบวนด้านหน้าค่ะ

 

เดินรอบแล้วก็ข้ามมาหาของกินฝั่งตรงข้ามค่ะมาดูกันสิว่ามีอะไรกินบ้าง

เอิ่มมมอันนี้ไม่กล้ากินค่ะของลองแบบอื่นน่าจะดีกว่านะ

อันนี้ก็ขอผ่านไปก่อนนะคะ(หน้าตาละม้ายคล้ายรถด่วนต้มยังไงไม่รู้สินะ)

โอเคค่ะขอเป็นอันนี้ดีกว่าหน้าตาเหมือหมูปิ้งและบาร์บีคิว(ตกไม้ละประมาณ30-60บาท)

 

จุดหมายช่วงบ่ายอยู่ที่ กังนัม อันเดอร์กราวเซ็นเตอร์    มีร้านค้ามากมายเต็มไปด้วยแฟชั่นหน้าหนาว

คล้ายๆกับสยามบ้านเราค่ะราคาเริ่มต้น150บาทราคาเฉลี่ยอยู่ที่3000บาท(10,000วอน)

 

พอช้อปเสร็จก็ไม่มีที่เก็บกลับเมืองกรุง

ต้องจัดกระเป๋าเดินทางเพิ่ม 1 ใบ   ได้มาในราคา 2,400 บาท 

 

ไปต่อกันด้วยเดินตลาด........................

 

 

 

วันที่ 9   4 ม.ค 57           เช็คเอาท์

 

วันนี้ต้องเดินทางกลับแล้วค่ะ  เช้าๆเลยออกไปเดินเล่นช้อปปิ้งเล็กๆน้อยๆก่อนกลับเข้ามาเช็คเอาท์

 

ของเยอะมากทั้งของฝากแต่ที่แน่ๆเสื้อกันหนาวและอุปกรณ์กันหนาวทำให้พื้นที่กระเป๋าหายไป

เดินลากไปตามถนนข้ามถนนไปมาไกลพอสมควร

รถเมล์มาแล้วต่อแถวแล้วจัดกระเป๋าไว้ใต้ท้องรถค่ะ

ดูเหมือนจะไม่มีอะไรนะคะ เพราะวันกลับ แต่ค่อยข้างวุ่นวายกับสัมภาระและการโหลดกระเป๋าค่ะ  เมื่อคืนจัดกระเป๋าไว้เรียบร้อย แต่ก็ยังไม่ได้ชั่งน้ำหนักนะคะ  พวกเราซื้อโหลดขากลับไว้คนละ 20 กก.ค่ะ   ที่นี่ให้เช็คเอาท์ 11 โมง  เราเก็บของเสร็จก็เอากุญแจไปคืนค่ะ  ไม่ต้องรอเช็คห้องเหมือนเมืองไทย  เสร็จแล้วก็ลากระเป๋ากองเพนินไม่ยังป้ายรถเมล์  ที่มีรูปเครื่องบินค่ะ  เพราะเราไปสนามบิน  รอรถเมล์สาย..............รถเมล์ทีนี่ใช้เงินสดค่ะ  คนละ 10,000 วอน หรือ 300 บาท ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงคะ  

 รถเมลมาแล้ว  คนมารอแน่นเลย  คนขับต้องลงมาเก็บสัมภาระใส่ใต้รถค่ะ  พร้อมทั้งล็อครถไว้ก่อน เก็บกระเป๋าแล้วค่ะแถวค่ะ เมื่อคนขับเก็บสัมภาระเสร็จแล้ว ถึงจะขึ้นรถและจ่ายเงินคะ่ โดยหยอดใส่กล่องต่อหน้าต่อต่อคนขับ อิอิ

 ผ่านไป 1 ชม.ถึงสนามบินแล้วค่ะ  พวกเราไปละลายเงินวอนกันก่อน และซือเสบียงมากินก่อนขึ้นเครื่อง และบนเครื่องบ้าง อาทิขนมปัง  เสร็จจากนั้นก็รีบไปชั่วน้ำหนักกระเป๋าค่ะ  โดยเข้าใจว่าจะแชร์โหลด 3 คน 60 กก.  แต่พอเอาเข้าจริง  ไม่ได้ค่ะ (แต่มากับทัวร์ได้นะคะ เอ๊ะยังไง ) คิวก็ยาวซะด้วย  สุดท้ายก็ต้องเปิดกระเป๋าจัดและชั่งกันตรงนั้นเลย  ใช้เวลานานพอสมควร เพราะของค่อนข้างเยอะมาก  และก็ยังมีของที่ไม่สามารถแบกขึ้นเครื่องได้  กว่าจะได้ก็เล่นเอาเหนื่อยเลย  ทำให้มีเวลาไม่มากนักที่จะเดินดูของ ต้องรีบเดินทางเข้าเกท 

 ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้วค่ะ  รู้สึกใจหาย ก็เนอะมาตั้ง 9 วัน คงมีบ้างที่ยังคิดถึงเกาหลี แต่ก็คิดถึงบ้านเหมือนกันนะเนี่ย ^^  พอลงถึงสนามบินดอนเมือง โอ๊ยบร๊ะเจ้า ตามคาดคนรอแทคซี่ยาวเหยียดไปยันจุดรอรับกระเป๋า แต่ด้วยความเป็นระเบียบด้วยการต่อแถวใช้เวลาประมาณ 40 นาทีก็ได้ขึ้นแทกซี่แล้วค่ะ  

 สำหรับการเดินทางให้สนุก  ต้องไม่มีสัมภาระเยอะเกินไปนะคะ  ถ้ามีโหลดไปได้หมดก็ดีค่ะ  เหลือแต่กระเป๋าใบเล็กติดตัว  การซื้อของถ้ากรุ๊ปไว้นหมวดเดียวกันก็ง่ายค่ะ แต่ถ้ามากมายกระจายไปตามที่ต่างๆ อาจจะทำให้คุณเที่ยวไม่สนุกค่ะ เพราะต้องกังวลหาของ  ส่วนพวกเรามีสัมภาระจากกล้องและอุปกรณ์ไอทีต่างๆ ทำให้ทุกคนต้องแบกของติดตัวเยอะ รวมทั้งเสื้อผ้าหนาๆที่ส่อยุ่ด้วยค่ะ  ถ้าไม่ได้อยากดูหิมะ  พวกเราก็ชอบที่จะมาหน้าใบไม่เปลี่ยนสีค่ะ มีสีสันและไม่หนาวเกินไปค่ะ ^^

 

 

 

แสดงความคิดเห็น

*

*

Ex. http://

*

*