สายหมอก กะ ขุนเขา นอนนับดาว @อุทยานแห่งชาติพุเตย

สายหมอก กะ ขุนเขา นอนนับดาว @อุทยานแห่งชาติพุเตย

วันที่ : 29 พ.ย. 2553 23:34:52 น. | ดู : 40,605 | ตอบ : 3

 

 

 

        ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูหนาว แกงค์ของเราก็ยังคงหาสถานที่กางเต๊นท์ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯนัก จากล่าสุดที่เราได้ไปกางเต๊นท์ที่ป้อมปี่ จ.กาญจนบุรี สังขละบุรี-สวรรค์แค่เอื้อม.  ด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น เวลา การเดินทาง และค่าใช้งาน และที่สำคัญไม่ต้องการไปแย่งกันกิน แย่งกันถ่ายภาพในสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหนาวยอดฮิต   เพราะหลายๆสถานที่ก็ได้ไปมาแล้ว หากจะไปอีกทั้งและต้องใช้เวลาในการเดินทางเพื่อไปท่องเที่ยวในสถานที่เดิม เราจึงอยากลองที่จะไปในที่ไม่เคยไป หรือที่ๆทุกคนไม่คาดคิดว่าจะมีสถานที่ท่องเที่ยวแบบนี้ อยู่ในจังหวัดนี้   ซึ่งเป็นแนวคิดของพวกเราค่ะ
  
 
 

คืนวันเสาร์ตัดสินใจตอนเที่ยงคืน และเตรียมตัวเพื่อเดินทาง 10.00 น. เช้าวันอาทิตย์ ไปถึงจริงๆก็ 18.00 น. (แวะกินข้าว แวะถ่ายรูป ไปแบบไม่รู้เส้นทาง) เช้าก็ตื่นมาตั้งแต่ 06.00 น. เพื่อดูและถ่ายภาพพระอาทิตย์ทอแสงยามเช้า ก่อนจะออกเดนทางกลับกรุงเทพฯ   เป็นทริปสั้นๆ แต่มันอย่าบอกใคร

เราเริ่มเดินทางจาก อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี   โดยใช้เวลาประมาณ  77 กม.ไปถึง อ.ด่านช้าง   และก็แวะหาอะไรกินตามข้างทาง แวะกินข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง ที่ปั้มแห่งหนึ่ง




ทริปนี้เน้นเรื่องการกางเต๊นท์  เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องสถานที่และการเดินทางค่ะ อุทยานแห่งชาติพุเตย อยู่ใน อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี   แต่ระยะทางที่ขึ้นไปบนจุดพักนั้นถือว่าค่อนข้างไกลมาก และรถเก๋งอาจจะไม่ เหมาะที่จะใช้เป็นยานพาหนะในทริปนี้ แต่เพือคามสะดวกของพวกเราและไม่มีตัวเลือก   เราจึงต้องเสี่ยง เท่าที่ขับรถไปในป่าไม่เห็นมีรถเก๋งแม้แต่คันเดียวระหว่าง ทาง หรือแม้แต่รถอื่นๆก็แทบจะไม่มีให้เห็น เนื่องจากเราไปในวันอาทิตย์ และกลับในวันจันทร์ หลายๆคนที่มาที่นี่ก็คงจะเดินทางกลับกันมาแล้ว หรือ เตรียมตัวที่จะไปทำงานในเช้าวันจันทร์   และแล้วก็เดินทางมาถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานเขตที่ 1
 


เป็นริมลำธารเล็กๆเดินทางสะดวกมาก พวกเรามาถึงด่านแรก จนท.บอกว่าที่นี่ละจุดกางเต๊นท์ แต่เราว่ามันยังไม่โอเค เลยอยากไปต่อ จนท.บอกว่ารถเก๋งขึ้นไปไม่สะดวก แต่พวกเราก็ขอลองดู ขับไปอีก 10 กม.  ระยะทางเป็นทางลูกรังตลอดสาย ทำให้ต้องค่อยๆขับ ใช้เวลาประมาณ  40  นาที ก็พบสุสานเลาด้า จุดที่เครื่องบินตกเมื่อ พ.ศ 2534 ทั้งผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่สายการบินเสียชีวิตทั้งลำ จำนวน 223 คน  และได้ขึ้นไปดูจุดชมพระอาทิตย์ ขึ้นยามเช้า (ป้ายบอกอย่างนั้น แต่จริงๆเราไปถึงตอนบ่ายสอง)

 


หลังจากนั้นทีทางอยู่สองทาง เราไปกันไม่ถูก แต่มีป้ายเบอร์โทรฉุกเฉินในส่วนของ จนท.อุทยานจึงทำการโทรไป (ใช้ได้แต่ Dtac & AIS นะ) จนท.บอกว่าให้ตรงมาเรื่อยๆ อีก 6 กม. จะมาถึงจุดสุดท้ายของอุทยาน ซึ่งเป็นศูนย์กลาง เราใช้เวลาอีกเกือบชม.ในการเดินทาง ทางลำบากและคดเคี้ยว มากๆ แต่ก็ยังดีที่รู้ว่าขับไปเรื่อยๆจะเจอกับอะไร  

 


เป็นสถานที่ๆมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เนื่องจากเป็นศูนย์หลักของตัวอุทยาน ไม่ว่าจะเป็น ลานกิจกรรม เวที    สนามเบตอง หรือจัดประกอบอาหาร (มีที่ทำให้ แต่ต้องเตรียมอุปกรณ์ และวัตถุดิบมาเอง)  มาถึงที่นี่แล้ว ก็ยังไม่ใช่แบบที่พวกเราต้องการ เราจึงเลือกที่จะศึกษาข้อมูลจะโดยรอบเพิ่มเติม ทำให้เราเห็นทางลาดยาง และสงสัยว่าเส้นทางเหล่านั้นไปไหนบ้าง ทำไมเราถึงไม่รู้ เล่นขับกันมาซะทาง ขลุขละกว่าจะมาถึง มึนไปตามกัน และดูจากแผนที่พร้อมกับสอบถามกับทหารแถว นั้นว่า ยังมีจุดที่ 3 ที่สามารถกางเต๊นท์ได้อีก แต่อยู่ไกลออกไปอีก    และนี่ก็จะ 16.30 น.แล้ว พวกเราก็หารือกันว่าต้องไปต่อ ถึงแม่ว่าจะเป็นอย่างไร  จะไปถึงค่ำก็ตามที  ทั้งที่รู้ว่าไม่มีไฟ และไม่มีสเบียงมื้อเย็นเลยก็ตาม 

 
ตัดสินใจเดินทางไปจุดที่ 3 ออกจากเขตที่ 2  เราเลือกที่จะเลี้ยวไปทางขวา เจอสนามหญ้าและอูฐ หลายๆตัว รวมไปถึงนกกระจอกเทศ   ถามเจ้าหน้าที่แถวนั้น    ได้ความว่าแถวนี้ไม่มีให้กางเต๊นท์แล้วนะ หมดแค่นี้สิ้นสุดทางแล้ว (คงจะสุดทางแล้ว ตัวฉันมองไม่เห็นใคร คงต้องเลือกอะไรสักอย่าง >< ไปต่อดีกว่า)
 


พวกเราก็ยังคงดูจากแผนที่และเลือกที่จะเลี้ยวไปด้านซ้าย   ขับไปเรื่อยๆ ตะวันใกล้ค่ำ แวะถ่ายรูปตามจุดชมวิวบ้าง โอ้ว ! ระยะทางช่างห่างไกล หมดทางลาดยางแล้ว ต่อด้วยทางลูกรัง ขี้ฝุ่นค่อนข้างเยอะ และไม่มีร้านอาหาร หรือร้านขายของเท่าไหร่ เจอร้านขายของเพาะชำแค่ 1 ร้าน     แต่เราก็ไม่ได้แวะ   เพราะที่ต้องการคืออาหารเย็นมากกว่าขนมขบเคี้ยว ซึ่งมีอยู่ในรถบ้างแล้ว


 

 

 

ขับไปเรื่อยๆก็เจอป้ายน้ำตก และไม่ได้แวะลงไปเพราะใกล้จะค่ำแล้ว อีกทั้งยังไม่รู้ว่าเมื่อไปถึงจะมีที่ให้กางเต๊นท์หรือไม่ หรือต้องเจอกับ อะไรมาก (คนไม่รู้ทาง ใกล้ค่ำ ขับรถกันอยู่ในป่าอ่ะนะ) แต่แวะตามจุดชมวิวบางจุด เลยได้ภาพพระอาทิตย์สวยๆมาด้วย  ใช้เวลาจากจุดที่ 2 มาจุดที่ 3 ก็ปาไปเกือบ 2 ชม. แต่ในที่สุดก็มองเห็นป้ายจุดกางเต๊นท์แล้ว 


 


 

 

จุดที่ 3 เป็นลานกว้าง เหมาะกับการนอนดูดาว ช่วงกลางคืนมีดาวจำนวนมากมาย เรียงรางให้เห็นตลอดทั้งคืน สวยงามมาก (เสียดายที่ไม่สามารเก็บภาพดวงดาวมาได้) กว่าพระจันทร์จะขึ้นก็ปาไปตี 2 แล้ว   แถมบรรยากาศก็ยังดีมาก แต่ลมกระโชกแรงมาก  เนื่องจากอยู่บนเขา ที่นี่มีห้องน้ำ   แต่ไม่มีไฟใดๆทั้งสิ้นค่ะ  พวกเราต้องเลื่อนรถมาไว้หลังเต๊นท์เพื่อใช้เชือกที่สมอผูกยึดกับล้อรถไว้ (เสียงลมแรงมาก ยังกับเสียงฝนกระหน่ำ)
 
 



มีบ้านของจนท.อยู่ด้านล่าง ภาพบรรยากาศที่น่าประทับใจ ใช่แล้วที่นี่ละ ที่เราต้องการ   เนื่องจากเป็นวันอาทิตย์จึงที่แกงค์เราคณะเดียวที่มาพักในคืนนี้ ทำให้เรา เข้ายึดครองพื้นที่แบบส่วนตัวจริงๆ 

 

 

 

 เราสอบถามครอบครัวจนท.ทันทีว่ามีอาหารขายไหม เขาตอบว่าไม่มี เราเลยถามเค้าว่าขอให้เค้าทำให้ได้ไหม เขากินอะไรก็ขอกินแบบนั้น  เขาบอกว่าไม่มีค่ะ เราก็งง เลยบอกเค้าว่าพวกเรายังไม่ได้กินมื้อเย็น เพราะว่าฉุกละหุกหลายๆอย่าง (แต่ถ้าไม่มีจริงเราก็มีขนมที่ตุนมาพอสมควร)   เลยขอให้เขาทำอาหารเย็นเผื่อตามที่เขาทำกินในครอบคร้ว เขาบอกว่ามีเพียงผัก และปลากระป๋องนะ เราบอกว่าอะไรก็ได้ พวกเรากินได้

 เรารีบกางเตีนท์กันก่อน และจัดของก่อนที่จะมืดสนิท และลงไปกินข้าวกับครอบครัวจนท.ด้านล่าง ก่อนที่จะลงไปนั่งเล่นหน้าเต้นท์

 

 

 สิ่งที่เราเห็น คือ ไข่เจียว 1 จาน ปลากระป๋อง 1 ถ้วย  พริกน้ำปลา และถั่วฝักยาว เรารู้สึกดีนะ นานๆได้กินแบบนี้ที    น่ากินมากๆ      คุยไปคุยมาจึงได้รู้ว่าที่นี่ค่อนข้างลำบาก หน้าแล้งพอจะออกไปหาอะไร ตุนไว้ได้ หน้าฝนออกไปไหนแทบไม่ได้ ด้วยระยะทางที่ไกล และถนนก็ขลุขละ ลื่น ไฟก็ไม่มี ทำให้หน้าแล้งต้องเตรียมตุนอาหารไว้กินตลอดเวลา หากไม่มีอะไรก็ ต้องกินหัวปลีกับน้ำปลา อาชีพของเค้าก็คือ ปลูกข้าวโพด แต่ไม่มีแหล่งน้ำให้ปลูกนัก การขุดหลุมก็ต้องขุดทีละหลุม  ส่วนข้าวปลูกไว้เฉพาะกินเองเท่านั้น (เรานึก ภาพออกทันที เพราะว่าการที่เราเดินทางมาถึงที่นี่ได้ ลำบากและห่างไกลมากๆ) แต่พวกเราก็ช่วยค่าอาหารมื้อเย็นพี่เค้าน่าจะได้ปลากระป๋องสัก 2 โหลละนะ

 
ถามพี่เค้าว่าปกคิมีคนมาเที่ยวไหม พวกเราไม่เห็นเจอใครเลย เขาบอกว่ามี มาเรื่อยๆเมื่อวันเสาร์ก็มากัน 30 เต้นท์ คนกว่า 60 คน (เราโชคดีจริงๆ ที่มาแล้วไม่มีคน) ส่วนใหญ่ที่มาก็จะมาทำบุญในหมู่บ้าน เพราะว่าขาดแคลนสิ่ง ของ และเสื้อหนาว ผ้าห่มจำนวนมาก ในหมู่บ้านนี้มีเด็กประมาณ 100 คน สิ่งที่ขาดมาที่สุดคือผ้าห่มค่ะ 

 

 

 

 

 สำหรับที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เนื่องจากเวลาเราน้อย ใครมี โอกาสไปลองแวะเที่ยวดูนะคะ ไม่ไกลค่ะ และจะรู้ว่าคุณได้อยู่ท่ามกลาง ธรรมชาติ ในครั้งต่อต่อแกงค์เราจะไปเที่ยวให้ครบ ทั้งถ้ำ น้ำตก ต่างๆ และที่สำคัญการขึ้นไปนอนจุดที่สูงที่สุดเพื่อชมทะเลหมอกอย่าง ภูเขาเทวดา ถือว่าน่าลองค่ะ รวมไปถึงการกางเต๊นท์บริเวณริมเขื่อนกระเสียวด้วยค่ะ  

โปรดติดตามตอนต่อไป ……

 

 
 
ข้อแนะนำ
 
 
การเดินทาง :   
1.ควรใช้รถกระบะ มอเตอร์ไซค์ก็ยังถือว่าอันตราย ไม่ควรมาช่วงหน้าฝน เพราะถนนลื่นอันตรายมาก รถเก๋งพอไปได้ แต่ส่วนใหญ่ไม่มีใครนำขึ้น ไป (แต่…พวกเราเอาขึ้นไป)
2.เช็คสภาพรถให้เรียบร้อย พร้อมเติมน้ำมันเต็มถังน่าจะดี เพราะระยะทางไกล ระหว่างทางไม่มีปั๊ม
3.ขอแผนที่เมื่อมาถึงจุดที่ 1 หรือที่ไหนก็ได้ที่มีให้

เสบียง :  
1.ควรมีน้ำติดไปเยอะๆ เผื่อกินแล้วล้างหน้าแปรงฟัน ในกรณีที่ปั้มเสีย เราจะไม่มีน้ำใช้เลย   (พวกเราไปเจอตอนปั๊มเสีย เน่าสนิท)
2.เตรียมถ่านและวัตถุดิบติดไปด้วย หรืออย่างน้อยควรมีอาหารหนักๆเช่นขนมปัง นม หรือจะเอาข้าวสวยเปล่าๆมากินกับปลากระป๋องก็น่าจะดี ตุนทุกอย่างที่มี
ไว้เยอะๆเผื่อว่าเต๊นท์ข้างๆจะไม่ได้เตรียมมา

เครื่องกันหนาว :  
เตรียมอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อม หมอน เต๊นท์ ที่รองนอน ถุงนอน เสื้อหนาว ผ้าห่ม และคุณจะมีความสุขในการพักผ่อน มากกว่านอนเป็นไข้จับสั่น (แบบพวกเรา)

 

 
สิ่งอำนวยความสะดวก :   
1.ยาสามัญประจำบ้าน เช่น พารา อีโน เทนโซพลาส หรือยาแก้ท้องเสีย ฯลฯ
2.เทียน ไฟแช็ค ไฟฉาย เนื่องจากมืดมากไม่มีไฟ
 
ค่าใช้จ่าย :   
ค่ากางเต๊นท์ราคาเต๊นท์ละ 30 บาท  ค่าจอดรถ 30 บาท ส่วนค่าธรรมเนียมคนละ 20 บาทค่ะ ทริปนี้พวกเราเสียเงินน้อยมาก เพราะส่วนใหญ่แค่เติมน้ำมันค่ะ ประมาณ 1,000 บาท   อาหารก็กินกันแบบบ้านๆริมทางค่ะ
 
สิ่งที่สำคัญที่สุด :   
สำหรับคนบ้างาน   ควรเคลียร์งานก่อนไป เพราะว่าคุณไม่สามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้ ทั้งโทรศัพท์   อินเทอร์เน็ต แม้แต่ไฟและน้ำยังไม่มีเลยจร้า
 
 
 แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจภายใน อุทยานแห่งชาติพุเตย
 
  • ป่าสนสองใบ 
  • น้ำตกตะเพินคลี่น้อย
  • น้ำตกตะเพินคลี่ใหญ่
  • ถ้ำนาคี หมีน้อย ห้อยระย้า และผาใหญ่
  • น้ำตกตาดใหญ่
  • ผาใหญ่ 
  • น้ำตกพุกระทิง
 
 
  
ข้อมูลติดต่ออุทยานแห่งชาติพุเตย
ตู้ ปณ.19 ป.ท.ด่านช้าง อ. ด่านช้าง จ. สุพรรณบุรี   72180
โทรศัพท์ 0 3544 6237 0 3544 6237, 08 1934 2240 (จนท.)  
อีเมล [email protected]

 





 

 

  • ข้อความที่ [3]    Re : สายหมอก กะ ขุนเขา นอนนับดาว @อุทยานแห่งชาติพุเตย อ้างถึง

    akiralucky akiralucky says:

    สุดยอด อ่านแล้วสนุกสนาน รูปก็งาม อยากไป ๆ javascript:emoticon('')

  • ข้อความที่ [2]    Re : สายหมอก กะ ขุนเขา นอนนับดาว @อุทยานแห่งชาติพุเตย อ้างถึง

    มีอัดคลิปบรรยากาศจริงๆมาด้วยนะ เดี๋ยวอัพเพิ่มให้ดูกันจร้า ><

  • ข้อความที่ [1]    Re : สายหมอก กะ ขุนเขา นอนนับดาว @อุทยานแห่งชาติพุเตย อ้างถึง

    chet chet says:

    รูปสวยมากเลยครับ เก็บบรรยากาศมาได้เต็มๆ

แสดงความคิดเห็น

*

*

Ex. http://

*

*